เบาหวานกับเทศกาลปีใหญ่กินอย่างไรไม่ทำลายสุขภาพ

เบาหวานกับเทศกาลปีใหญ่กินอย่างไรไม่ทำลายสุขภาพ
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถปฏิบัติตนได้ตามหลักโภชนาการและสามารถใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้มีความสุขเหมือนกับคนปกติทั่วไป

เบาหวานกับเทศกาลปีใหญ่กินอย่างไรไม่ทำลายสุขภาพ

เทศกาลวันหยุดปีใหม่ ถือว่าเป็นช่วงวันเวลาที่ใครหลายๆคนคงอยากให้มาถึงเร็วๆ เนื่องจากเป็นเทศกาลวันหยุดยาวที่ติดต่อกันหลายวัน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่จะได้กลับไปเจอญาติพี่น้อง ที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน หรือจะเป็นการได้ออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กับครอบครัว หรือบรรดาเพื่อนฝูง ที่นานๆจะได้มีโอกาสไปด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่า กิจกรรมที่มักทำร่วมกันในเทศกาลวันหยุดยาวแบบนี้ ก็คงหนีไม่พ้นการกินเลี้ยงสังสรรค์นั้นเอง โดยอาจจะทำ

อาหารกินกันเองที่บ้าน หรือออกไปนั่งทานตามร้านอาหารข้างนอกก็ได้ แค่คิดหลายคนก็คงมีความสุขมากมายแล้ว แต่สำหรับผู้ที่โรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน หรือความดัน ก็อาจจะต้องหนักใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่ใช่น้อย เพราะตนเองไม่สามารถทานอาหารแบบเต็มที่เหมือนคนร่างกายปกติได้นั้นเอง ดังนั้นจึงมีหลักการง่ายๆสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในการทานอาหารและใช้ชีวิตให้มีความสุขในเทศกาลปีใหม่ ดังวิธีต่อไปนี้

1. จำกัดชนิดและปริมาณอาหารให้เหมาะสม ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเลือกประเภทของอาหารที่จะทานเข้าไป โดยต้องพิจารณาอาหารแต่ละชนิดว่าเหมาะสมกับร่างกายตนเองหรือไม่ ไม่ใช่ว่ามีอาหารอะไรก็ทานหมดทุกอย่าง ที่สำคัญต้องระมัดระวังอาหารที่มากไปด้วยคาร์โบไฮเดรต อาหารที่มีปริมาณน้ำตาลมาก นอกจากนี้ก็ควรทานอาหารแต่ละชนิดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

2. เลือกทานประเภทอาหารที่มีน้ำหนักมาก มีงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการทานอาหารของมนุษย์ออกมาว่า สมองของคนเรามักจะสั่งให้เรากินในปริมาณที่สอดคล้องกับน้ำหนักอาหาร เช่น การกิน มันฝรั่งทอด สาหร่ายทอกรอบ ที่มีรูปร่างเป็นชิ้นเล็กๆ มีน้ำหนักเบา แต่มีการให้พลังงานสูง เรามักจะยังไม่รู้สึกอิ่มกับการกิน แต่หากเราทานอาหารที่มีรูปร่างเป็นชิ้นใหญ่ๆ มีน้ำหนักมากขึ้นอย่างเช่น แอปเปิล ส้ม ซึ่งให้พลังงานเท่ากัน เรามักจะรู้สึกอิ่มกว่าการกินอาหารชิ้นเล็กๆ ดังนั้นหากเลือกได้ควรเลือกกินอาหารที่มีชิ้นใหญ่ และมีน้ำหนักมากอย่างเช่นอาหารในกลุ่มของผลไม้

3. ไม่ละเลยการออกกำลังกาย ในช่วงเวลาวันหยุดแบบนี้หลายคนมักฉลองกันอย่างสนุกสนาน จนลืมกิจวัติที่เคยทำอย่างออกกำลังกายไป ดังนั้นหากรู้ตัวว่าจะมีกิจกรรมงานสังสรรค์ให้จัดระเบียบเวลาการออกกำลังกายตนเองให้ดี โดยอาจจะเลื่อนหรือปรับเปลี่ยนเวลา แต่ไม่ควรข้ามวันหรืองดกิจกรรมออกกำลังกายไปเลย เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันน้ำหนักเพิ่ม ลดความเครียดในร่างกาย และลดความอยากอาหารได้อีกด้วย

4. ออกกำลังกายก่อนกินมื้อใหญ่ ก่อนที่จะออกไปงานเลี้ยงสรรค์มื้อใหญ่ ควรปรับพฤติกรรมเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เกิดการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้มากขึ้น ก่อนที่จะมีการกินอาหารเข้าไป โดย อาจใช้วิธีการเดินให้บ่อยขึ้น ไม่นั่งๆนอนๆทั้งวัน แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมเพราะจะทำให้กินอาหารได้มากขึ้นกว่าเดิม

5. ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร การดื่มน้ำเปล่าสะอาดก่อนการกินอาหารในประมาณ 1 – 2 แก้ว จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วมากขึ้น ทำให้กินอาหารให้น้อยลง นอกจากนี้ วิธีการดื่มน้ำก่อนกินอาหาร ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายและระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

6. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง โดยปกติแล้วภายในงานเลี้ยงสังสรรค์จะมากไปด้วยเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหลายชนิดมักจะมากไปด้วยปริมาณของน้ำตาล และให้พลังงานที่สูง หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า น้ำอัดลม 1 กระป๋องจะให้พลังงานที่สูงมากถึง 150 แคลอรี เลยทีเดียว รวมถึงการดื่มชา กาแฟ ก็ควรเติมน้ำตาลหรือครีมเทียมในปริมาณที่ต้องไม่มากจนเกินไป ดังนั้นจึงควรดื่มเครื่องดื่มต่างๆเหล่านี้ในปริมาณที่น้อย หรือ หากเลี่ยงได้จะดีที่สุด และควรดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักจะดีกว่า

7. บริหารจัดการอาหารในแต่ละวัน หากรู้ว่าในตอนเย็นจะต้องไปงานเลี้ยงสังสรรค์ ก็ควรปรับปริมาณลดอาหารของในมื้อเช้าและมื้อกลางวันลดลง เพื่อให้ปริมาณพลังงานที่ได้รับไม่มากเกินไปในแต่ละวัน หรือหากไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน หากวันนี้ทานอาหารมากกว่าปกติ ในวันรุ่งขึ้นก็ควรทานให้น้อยลง แต่ไม่ควรอดอาหารโดยเด็ดขาด

หากผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถปฏิบัติตนได้ตามทั้ง 7 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นนี้แล้วละก็ จะสามารถใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้มีความสุขเหมือนกับคนปกติทั่วไป สามารถไปงานเลี้ยงสังสรรค์ได้อย่างไม่ต้องวิตกกังวลอีกต่อไปแล้ว แต่ทั้งนี้หากผู้ป่วยไม่มีวินัยมากพอ ไม่ยอมปฏิบัติตนตาม 7 ข้อที่กล่าวมา ผลเสียทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่ผู้ป่วยเอง

ทั้งสิ้น ทั้งระดับน้ำตาลหรือน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มสูงขึ้น และยังอาจจะต้องเสียเวลาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วย ดังนั้นหากอยากมีความสุขในเทศกาลปีใหม่ที่มีแค่ปีละครั้งนี้ ก็ต้องรู้จักปฏิบัติตนเองอย่างเคร่งครัด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

ศัลยา คงสมบูรณ์เวช. บำบัดเบาหวานด้วยอาหาร. พิมพ์ครั้งที่ 4 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ : อัมรินทร์เฮลท์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2559. (12), 311 หน้า. (ชุดชีวิตและสุขภาพ ลำดับที่ 113) 1.เบาหวาน 2.โภชนบำบัด 3.การปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วย 4.การดูแลสุขภาพตนเอง. 616.462 ศ7บ6 2559. ISBN 978-616-18-7741-9.

ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). กินเท่าไหร่ กินแค่ไหน ไม่เสี่ยงอ้วน. ใน: ธิดารัตน์ มูลลา.ชีวิตใหม่ไร้พุง. กรุงเทพฯ : บริษัทศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์ จำกัด, 2557.