มะไฟ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน แก้ไขมาลาเรีย บรรเทาอาการไอ

มะไฟ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน แก้ไขมาลาเรีย บรรเทาอาการไอ
มะไฟ ผลที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีผลเป็นพวง เหลืองอมครีม เนื้อฟูนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวขุ่นหรือขาวใสอมชมพู
มะไฟ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน แก้ไขมาลาเรีย บรรเทาอาการไอ
มะไฟ ผลที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีผลเป็นพวง เหลืองอมครีม เนื้อฟูนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวขุ่นหรือขาวใสอมชมพู

มะไฟ

มะไฟ (Burmese grape) เป็นผลที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีหลากหลายสายพันธุ์และมักจะนิยมทานในรูปแบบของผลไม้และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากกว่าที่จะนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร ถือเป็นผลไม้ที่คนทั่วไปรู้จักแต่ไม่ค่อยนิยมรับประทานกันนักสำหรับผู้คนในเมือง

รู้จักกับชื่อต่าง ๆ ของมะไฟ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Baccaurea ramiflora Lour.
ชื่อสามัญ : มีชื่อสามัญว่า “Burmese grape”
ชื่อท้องถิ่น : ภาคใต้เรียกว่า “ส้มไฟ” จังหวัดเพชรบูรณ์เรียกว่า “หัมกัง”
ชื่อวงศ์ : วงศ์มะขามป้อม (PHYLLANTHACEAE)

ลักษณะของมะไฟ

มะไฟ เป็นไม้ยืนต้นที่เป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย ในประเทศไทยมักจะปลูกกันมากในภาคใต้และภาคตะวันออก โดยเฉพาะสายพันธุ์มะไฟไทยและมะไฟจีน
ลำต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีทรงพุ่มโปร่ง ลำต้นมีลักษณะกลม เนื้อไม้แข็งและมีสีเทา
ใบ : เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน มีลักษณะเป็นรูปหอก ปลายเรียวแหลม ใบด้านบนมีสีเขียว พื้นผิวเป็นมัน ส่วนใบด้านล่างมีสีอ่อนกว่า
ดอก : ออกดอกเป็นช่อกระจุก ดอกมีสีชมพูอ่อนหรืออมเหลืองขนาดเล็กฝอย ๆ กลีบเลี้ยงมีสีเขียวปนเหลือง มีกลิ่นหอม ก้านช่อดอกยาว ดอกออกตามลำต้นและซอกใบหรือตามปลายกิ่ง
ผล : ออกเป็นพวง มีลักษณะทรงกลมเล็ก ผิวเปลือกบาง ผลอ่อนมีขนคล้ายกำมะหยี่ เมื่อผลสุกผิวจะเกลี้ยงไม่มีขน มีสีเหลืองอมครีม ภายในผลจะมีเนื้อฟูนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวขุ่นหรือขาวใสอมชมพู แล้วแต่สายพันธุ์ที่ปลูก มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานและมีกลิ่นหอม
เมล็ด : มีลักษณะรูปไข่อยู่ข้างในเนื้อ เมล็ดมีผิวเรียบลื่นเป็นมันและมีสีน้ำตาล

สรรพคุณของมะไฟ

  • สรรพคุณด้านเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ใบช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย
  • สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการ
    – ใบ ช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยให้ชุ่มคอ ช่วยละลายและขับเสมหะ แก้หวัดและไข้มาลาเรีย ช่วยรักษากลาก เกลื้อนและโรคเรื้อน แก้พิษฝี
    – รากสดหรือรากแห้ง ช่วยดับพิษร้อน แก้ฝีภายในและแก้อาการผิวหนังอักเสบชนิดที่เป็นถุงน้ำและลอกออกมา บรรเทาอาการไข้ที่มีลักษณะอาการปวดข้อ ปวดเข่าและมีผื่นคล้ายลมพิษหรือไข้ประดง แก้วัณโรคและพิษตานซาง
    – เมล็ด ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
  • สรรพคุณด้านระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืดและท้องเฟ้อ แก้อาการท้องร่วง ใบช่วยถ่ายพยาธิและขับปัสสาวะ
  • สรรพคุณด้านป้องกันโรค เปลือกมะไฟต้มใช้แก้โรคผิวหนัง รากสดหรือรากแห้งรักษาโรคเริม
  • สรรพคุณด้านความงาม วิตามินซีจากผลช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งปลั่ง

ประโยชน์ของมะไฟ

เป็นส่วนประกอบของอาหาร ผลอ่อนเป็นส่วนประกอบในแกงได้ ใช้รับประทานเป็นผลไม้สดและนำมาทำน้ำผลไม้ ผลใช้ในการปรุงอาหารอย่างสตู นำมาดองหรือนำไปหมักทำไวน์ ชาวกะเหรี่ยงจะนำยอดอ่อนไปใส่แกงปลา

มะไฟคุณค่าและประโยชน์ทางโภชนาการ

คุณค่าทางโภชนาการของมะไฟ ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 48 kcal

สารอาหาร ปริมาณสารอาหาร
คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
น้ำตาล 0 กรัม
เส้นใย  0.9 กรัม
ไขมัน 0.15 กรัม
โปรตีน 0.7 กรัม
วิตามินเอ 2 ไมโครกรัม
วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม
วิตามินบี2 0.09 มิลลิกรัม
วิตามินซี 8.1 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม
55 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก
0 มิลลิกรัม
ธาตุแมกนีเซียม
0 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส
20 มิลลิกรัม

วิธีทำน้ำมะไฟ

1. นำมะไฟ 500 กรัม มาล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปปอกเปลือก เอาส่วนเนื้อที่ได้ใส่น้ำแล้วต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที รอจนเนื้อเละแล้วกรองเอาแต่น้ำ
2. ใส่น้ำเชื่อมครึ่งถ้วย เกลือป่นครึ่งช้อนชา ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทใส่ขวด
3. นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น หากต้องการความเย็นสดชื่นสามารถใส่น้ำแข็งลงไปด้วยได้

มะไฟ เป็นผลไม้ที่มีกรดอินทรีย์อยู่หลายชนิด สามารถนำส่วนต่าง ๆ ของต้นมาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนมากมักจะรับประทานในรูปแบบของน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ สรรพคุณที่โดดเด่นเลยก็คือกระตุ้นคอลลาเจน แก้ไข้ บรรเทาอาการไอ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานและรับประทานง่าย และมีความเชื่อกันว่าการปลูกมะไฟให้ดอกผลดก จะทำให้ผู้ปลูกได้รับความเจริญงอกงามและอายุยืนยาวอีกด้วย