คอลลาเจนคืออะไร กินคอลลาเจนตอนไหนดี บทความนี้มีคำตอบ

คอลลาเจนคืออะไร กินคอลลาเจนตอนไหนดี บทความนี้มีคำตอบ
คอลลาเจน ( Collagen ) คือ โปรตีนที่ได้จากการรวมตัวของกรดอะมิโน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง บำรุงผิวไม่ให้เหี่ยวย่น

คอลลาเจน

คอลลาเจน ( Collagen ) คือ เส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน เส้นผม และกระดูกอ่อน ซึ่งร่างกายมนุษย์ทุกคนสามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ทําหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โดยร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้มากในขณะที่เรามีอายุน้อย และจะลดปริมาณการผลิตคอลลาเจนลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไปพบว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนจะลดลงหรือในผู้ที่มีปัจจัยบางอย่างทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายได้ง่าย

ประโยชน์ของคอลลาเจน

คอลลาเจนสามรถทำให้โปรตีนขนาดใหญ่แตกตัวเป็นเปปไทด์ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยบำรุ่งร่างกายเหมาะกับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ และนอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ดังนี้
1. ช่วยดูแลข้อต่อกระดูก รักษาโรคข้อเสื่อม
2. ช่วยลดเลือนริ้วรอย
3. ป้องกันฝ้า จุดด่างดำ
4. ทำให้ผิวชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำที่ชั้นผิว
5. เพิ่มความยืดหยุ่น กระชับ เรียบเนียน ผิวขาวใส
6. ช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง
7. ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
8. ลดกระบวนการสลายแคลเซียม
9. ช่วยรักษาสิว ลดการอักเสบ
10. คอลลาเจนช่วยปกป้องผิวและกรองสารพิษจากสิ่งแวดล้อมและเชื้อโรคอื่น ๆ ได้

กินคอลลาเจนอย่างไรให้ได้ประโยชน์

1. กินคอลลาเจนตอนท้องว่าง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ จะทำให้ได้รับประโยชน์จากคอลลาเจนมากที่สุด
2. ทานคอลลาเจนที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือทานร่วมกับวิตามินซี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคอลลาเจนผิวขาว และทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
3. เลือกทานคอลลาเจนที่มีขนาดเล็ก เช่น คอลลาเจนเปปไทด์ ( Collagen Peptide ) เพราะสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

ร่างกายต้องการคอลลาเจนวันละเท่าไหร่

ความต้องการคอลาเจนของแต่ละคนแต่ละช่วงอายุมีต้องการที่เหมาะสมแตกต่างกัน ซึ่งมีคำแนะนำดังนี้

  • การทานคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอยให้รับประทานคอลลาเจนรับประทานวันละ 10,000 มก. ต่อวัน
  • หากต้องการทานคอลลาเจนเพื่อบำรุงสุขภาพเฉย ๆ ไม่หวังเห็นผลรวดเร็วให้รับประทานวันละ 5,000 มก. ต่อวัน
  • ผู้สูงอายุที่ต้องการทานเพื่อบำรุงรักษากระดูก ควรรับประทานระหว่าง 2,500 มก. – 5,000 มก. ต่อวัน

แหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจน

โดยทั่วไปเราสามารถพบคอลลาเจนได้ในอาหารจำพวกปลาทะเล เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วหลากสี ผักใบเขียว เห็ดต่าง ๆ ผักผลไม่สีแดงส้ม เช่น
1. ถั่วเหลือง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองทุกชนิด รวมถึงชีสทุกประเภทนั้นก็จะมีเจนิสติน ( genistein ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ ไอโซฟลาโวน โดยมีส่วนเร่งกระบวนการผลิตคอลลาเจน จึงช่วยในการยกกระชับผิวพรรณให้เกิดความเต่งตึงและยังช่วยบล็อกเอนไซม์ชนิดไม่ดีที่จะเข้ามาทำร้ายผิวให้หย่อนคล้อยจนมีรอยตีนกาได้
2. วิตามินซี มีผักผลไม้หลายชนิดที่ให้วิตามินซี ไม่ว่าจะเป็นมะขามป้อม ฝรั่ง มะนาว ส้มหรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี ผักต่างๆ ก็ได้แก่ พริกหยวก ผักหวาน ดอกแค และมะเขือเทศ เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและยังช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงได้ด้วย
3. กรดไขมันโอเมก้า-3 อีกหนึ่งแหล่งที่จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาตได้เป็นอย่างดี เพราะกรดไขมันโอเมก้า-3 นี้จะเข้าไปช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระหรือปัจจัยอื่นๆ สามารถทานอาหารที่ให้กรดไขมันชนิดนี้ได้จากปลาแซลมอน ทูน่า อะโวคาโด และอัลมอนด์ เป็นต้น
4. ดาร์กช็อกโกแลต เนื่องจากมีผลงานวิจัยจากทางเยอรมนีให้การยืนยันแล้วว่า การกินดาร์กช็อกโกแลตนั้นไม่มีผลกระทบใดต่อผิว แต่ยังสามารถช่วยบำรุงสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี เพราะดาร์กช็อกโกแลตอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง นับว่าเพียงพอทีเดียวต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงทำให้ผิวพรรณกระชับยืดหยุ่น นุ่มชุ่มชื้นและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วย
5. ผักใบเขียว ผักใบเขียวแทบทุกชนิด เรียกว่ายิ่งเขียวเข้มมากเท่าไรยิ่งดีมากเท่านั้น โดยเฉพาะคะน้า ผักโขม ผักกาดหอม ปวยเล้งและหน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น เนื่องจากผักสีเขียวขึ้นชื่อว่าช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยเพราะสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ลูทีน ( lutein )
6. โปรตีนที่เป็นเนื้อสีขาว เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ซึ่งนำมาประกอบอาหารจำพวก ต้มยำไก่ ซุปเปอร์ขาไก่ ทำให้วิตตามินซีดูดซึมคอลลาเจนได้ดี หรืออาหารประเภท ชุปกระดูก ปลาต่างๆ

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ

1. ผู้ที่สูบบุหรี่
2. อายุมากขึ้น
3. ผู้ที่มีความเครียด
4. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
5. รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
6. ได้รับรังสี UV จากแสงแดดมากเกินไป

ผลิตภัณฑ์ที่นำคอลลาเจนมาใช้

1. ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ( ครีมคอลลาเจน, สบู่คอลลาเจน, เซรั่มคอลลาเจน )
2. คลินิกเสริมความงาม ( การฉีดคอลลาเจนเข้าผิวหน้า )
3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ( คอลลาเจนแบบเม็ด, คอลลาเจนแบบชง, เครื่องดื่มคอลลาเจนพร้อมทาน )
4. ด้านการแพทย์ ( ลักษณะของผิวหนังเทียมรักษาแผลไฟไหม้, ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม )
5. ขนมเยลลี่ ลูกอม น้ำผลไม้ คอลลาเจนผง

ตอนนี้เราก็ทราบกันแล้วนะคะว่า คอลลาเจนคืออะไร เราควรกินคอลลาเจนตอนไหนถึงได้รับประโยชน์ที่สุด หาคอลลาเจนได้จากที่ไหน อย่างรอช้าค่ะไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมเพียวคอลลาเจน หรือคอลลาเจนธรรมชาติ ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้นค่ะ มาเริ่มสะสมคอลลาเจนกันตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ