Home นิตยสารเพื่อสุขภาพ ผักกาดนอ หรือ “ผักกาดนก” ทั้งต้นเป็นยาเย็นรสขมเผ็ด ช่วยแก้ไข้และแก้ไอได้

ผักกาดนอ หรือ “ผักกาดนก” ทั้งต้นเป็นยาเย็นรสขมเผ็ด ช่วยแก้ไข้และแก้ไอได้

0
ผักกาดนอ หรือ “ผักกาดนก” ทั้งต้นเป็นยาเย็นรสขมเผ็ด ช่วยแก้ไข้และแก้ไอได้
ผักกาดนอ หรือผักกาดนก เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเกลี้ยงไม่มีขน ต้นมีรสขมเผ็ดเล็กน้อย
ผักกาดนอ หรือ “ผักกาดนก” ทั้งต้นเป็นยาเย็นรสขมเผ็ด ช่วยแก้ไข้และแก้ไอได้
ผักกาดนอ หรือผักกาดนก เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเกลี้ยงไม่มีขน ต้นมีรสขมเผ็ดเล็กน้อย

ผักกาดนอ

ผักกาดนอ (Rosy Milkweed) หรือเรียกกันอีกอย่างว่า “ผักกาดนก” มีดอกสีเหลืองขนาดเล็กจึงทำให้มีอีกชื่อว่า “ผักกาดน้ำดอกเหลือง” เป็นไม้ล้มลุกที่มักจะพบตามข้างทางหรือบริเวณใกล้ลำธาร ทั้งต้นมีรสขมเผ็ดเล็กน้อยและเป็นยาเย็น สามารถนำทั้งต้นมาใช้เป็นยาสมุนไพรได้ ผักกาดนอมีน้ำมันอยู่ภายในเมล็ดและพบสารที่มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อโรคต่าง ๆ มักจะนำส่วนของยอดอ่อนมาลวกจิ้มกับน้ำพริกเพื่อทานเป็นอาหาร แต่ผักกาดนอนั้นไม่เหมาะสำหรับคนที่มีธาตุไฟอ่อนสักเท่าไหร่

 

รู้จักกับชื่อต่าง ๆ ของผักกาดนอ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rorippa indica (L.) Hiern
ชื่อสามัญ : มีชื่อสามัญว่า “Rosy Milkweed”
ชื่อท้องถิ่น : คนไทยเรียกว่า “ผักกาดนก ผักกาดน้ำ ผักกาดน้ำดอกเหลือง” ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “เหล็กเต่าเช่า” ชาวจีนกลางเรียกว่า “ซกไก้ช่าย ลู่โต้วเฉ่า ฮั่นช่าย”
ชื่อวงศ์ : วงศ์ผักกาด (BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE)
ชื่อพ้อง : Nasturtium montanum Wall. ex Hook. f. & Thomson, Rorippa montana (Wall. ex Hook. f. & Thomson) Small

ลักษณะของผักกาดนอ

ผักกาดนอ เป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็กอายุ 1 ปี มักจะพบขึ้นทั่วไปตามข้างทาง พื้นที่ชายขอบป่าและบริเวณใกล้ริมลำธาร
ลำต้น : ลำต้นอ่อนไหวและเกลี้ยงไม่มีขน ตามกิ่งก้านเป็นเหลี่ยมสีเขียวอมม่วงแดง
ใบ : เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ที่โคนต้นมีก้านใบมน ไม่มีก้านใบ ลักษณะของใบเป็นรูปกลมวงรี รูปไข่กลับ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบสอบเรียว ขอบใบหยักไม่สม่ำเสมอ บริเวณยอดต้นขอบใบจะเรียบ
ดอก : ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง มีกลีบดอก 4 กลีบ กลีบเลี้ยงดอก 4 กลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 6 อัน
ผล : ออกผลเป็นฝักบริเวณยอดต้น ลักษณะของฝักเป็นรูปกลมยาว ภายในมีเมล็ด

สรรพคุณของผักกาดนอ

สรรพคุณจากทั้งต้น ขับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้อาการเจ็บคอและเสียงแหบ แก้หลอดลมอักเสบ รักษาปากลิ้นเปื่อยและแผลมีฝ้า เป็นยาขับลมชื้น ช่วยแก้ตับอักเสบ แก้ดีซ่าน แก้อาการบวมน้ำ แก้ไขข้ออักเสบเฉียบพลัน เป็นยาแก้พิษงูและแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ฝีหนอง
แก้ร้อนในและไข้หวัดตัวร้อน ด้วยการนำผักกาดนอ 35 กรัม และน้ำนมราชสีห์ 35 กรัม มาต้มกับน้ำเพื่อดื่ม
– แก้ไอร้อนในปอด ด้วยการนำต้นสด 70 กรัม และกวยแฉะ 10 กรัม มารวมกันต้มกับน้ำเพื่อดื่ม
– เป็นยาขับปัสสาวะและแก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ด้วยการนำต้นสด 70 กรัม มาต้มใส่น้ำตาลทรายแดงเล็กน้อยเพื่อรับประทานเป็นยา

ประโยชน์ของผักกาดนอ

เป็นส่วนประกอบของอาหาร ยอดอ่อนนำมาลวกจิ้มกับน้ำพริกเพื่อรับประทานเป็นอาหารได้

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของผักกาดนอ

สารที่พบในผักกาดนอ ในต้นพบสาร Rorifone ส่วนในเมล็ดพบน้ำมัน
ฤทธิ์ของผักกาดนอ เมื่อนำผักกาดนอมาต้มทำให้มีฤทธิ์ละลายเสมหะของกระต่ายที่ทดลองได้ แต่ไม่มีผลต่อการแก้ไอและไม่มีผลต่อคน ถ้าต้องการนำมาใช้ในการแก้ไอนั้นต้องรับประทานวันละ 200 – 300 มิลลิกรัม ติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน นอกจากนั้นสารสกัดจากผักกาดนอยังสามารถยับยั้งเชื้อในหลอดทดลองได้หลายชนิด เช่น เชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นหวัด เชื้อ Columbacillus ของลำไส้ เชื้อ Staphelo coccus, Steptro coccus กับเชื้อ Coccus ในปอดที่ทำให้ปอดอักเสบได้

ข้อควรระวังของผักกาดนอ

1. บุคคลที่มีธาตุไฟอ่อน อย่างตัวเย็นและเลือดเย็นนั้นห้ามใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นอันขาด
2. ไม่ควรนำผักกาดนอมาผสมเข้ายากับคนทีสอ เพราะจะทำให้เกิดอาการเป็นพิษต่อร่างกายซึ่งทำให้มีอาการมือเท้าและแขนขาชาได้

ผักกาดนอ มีทั้งต้นเป็นยาสมุนไพรเนื่องจากมีรสขมเผ็ดเล็กน้อยและเป็นยาเย็นซึ่งช่วยในเรื่องของการแก้ไข้ตัวร้อนได้ดี สามารถนำยอดอ่อนมาทานในรูปแบบของผักได้ ผักกาดนอนั้นมีฤทธิ์เป็นยาเย็นเพราะฉะนั้นคนตัวเย็นหรือธาตุไฟอ่อนไม่ควรรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ ผักกาดนอมีสรรพคุณทางยาได้จากทั้งต้น มีสรรพคุณที่โดดเด่นเลยก็คือ ถอนพิษไข้ แก้ไอ แก้อาการเจ็บคอและเสียงแหบ แก้ตับอักเสบ แก้ดีซ่านและอาการบวมน้ำได้ ถือเป็นต้นที่ดีต่อการดับความร้อนในร่างกาย

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

[td_block_15 post_ids=”25766,26915,25586″ limit=”3″]

เอกสารอ้างอิง
หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. (วิทยา บุญวรพัฒน์). “ผักกาดนอ”. หน้า 334.
ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “ผักกาดน้ำดอกเหลือง”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : biodiversity.forest.go.th. [30 ส.ค. 2015].
ข้อมูลอ้างอิง (Source) : https://medthai.com/