Home สมุนไพร เห็ดหลินจือ สรรพคุณรักษาโรคลมบ้าหมู

เห็ดหลินจือ สรรพคุณรักษาโรคลมบ้าหมู

0
เห็ดหลินจือ สรรพคุณรักษาโรคลมบ้าหมู
เห็ดหลินจือ สรรพคุณรักษาโรคลมบ้าหมู ดอกเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดงมันเงา ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา
เห็ดหลินจือ
ดอกคล้ายรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดงมันเงา ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา

เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ เป็นเห็ดที่ดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน หายากมีคุณค่าสูง เป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์ ใช้ทำเป็นยาเพื่อรักษาทางการแพทย์ของจีนมานานกว่า 2,000 ปี ใช้ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา ตามธรรมชาติมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุดคือสายพันธุ์สีแดง หรือเห็ดหลินจือแดง หรือกาโนเดอร์มา ลูซิดัม (Ganoderma lucidum) ชื่อสามัญ คือ Lingzhi mushroom, Reishi mushroom ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst จัดอยู่ในวงศ์ GANODERMATACEAE ชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า เห็ดหมื่นปี, เห็ดอมตะ

ลักษณะของเห็ดหลินจือ

  • ดอก เป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-20 เซนติเมตร หนา 1-3 เซนติเมตร ดอกอ่อนมีขอบสีขาว ถัดเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ผิวเป็นมันคล้ายทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา ด้านล่างเป็นรูกลมเล็ก ๆ เชื่อมติดกัน
  • ต้น มีลักษณะเป็นก้านสั้นหรืออาจไม่มีก้าน ถ้ามีก้านมักมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ ยาว 2-10 เซนติเมตร อยู่เยื้องไปข้างใดข้างหนึ่งหรือติดขอบหมวก ทำให้ดอกมีรูปร่างคล้ายไต ผิวก้านเป็นเงา เนื้อในเห็ดมีสีน้ำตาลอ่อน
  • สปอร์ เป็นตัวช่วยในการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ถูกสร้างออกมาจากผนังของรูที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ลักษณะเป็นรูปวงรีสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งตัดตรง ผิวเรียบ มีผนังหนาสองชั้น ระหว่างผนังมีลายหนามยอดเรียวไปจรดผนังชั้นนอก
  • สืบพันธุ์ สปอร์จะหลุดออกจากรูใต้หมวกแล้วปลิวไปเกาะบนผิวดอก ทำให้เรามองเห็นดอกเห็ดเป็นมันเงาสีน้ำตาลคล้ายฝุ่นเกาะ เมื่อสปอร์กระจายออกไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจึงจะเจริญเติบโตเป็นเห็ดดอกใหม่

การเลือกซื้อเห็ดหลินจือ

– ควรศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก
– ต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งความชื้น แสงสว่าง รวมไปถึงสารอาหารที่ได้รับ
– สิ่งที่ต้องดูอีกอย่างนั้นคือขั้นตอนการแปรรูป
– เนื่องจากเป็นกระบวนการที่จะต้องสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากเห็ดออกมาให้ได้มากที่สุด
– ต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้เป็นอย่างดี เพราะเห็ดชนิดนี้จะไวต่อความชื้นเป็นพิเศษ และความชื้นจะทำให้ขึ้นราได้

คำแนะนำ

  1. เหมาะกับโรคของผู้สูงอายุ
    – เพราะเห็ดชนิดนี้มีสามารถป้องกันและบำบัดรักษาโรคเป็นส่วนใหญ่
  2. รูปแบบในการรับประทาน
    – ยาต้มแบบโบราณ โดยการนำที่แห้งนำมาต้มและเคี่ยว แต่เป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากและไม่ค่อยจะสะดวก
    – เนื้อบดเป็นผงบรรจุแคปซูล อาจจะทำให้มีเชื้อราได้หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ รูปแบบนี้จะมีความเข้มน้อยและดูดซึมได้ยาก
    – สกัดหรือแคปซูล เป็นแบบที่จะได้สารสกัดที่เข้มข้นมาก มีสรรพคุณที่ดีกว่า และดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย
  3. เวลาที่เหมาะสมในการรับประทาน
    – ควรรับประทานในตอนเช้าขณะที่ท้องว่าง
    – ควรดื่มน้ำตามให้มาก ๆ
    – หากทานร่วมกับวิตามินซีจะมีผลที่ดีขึ้น เนื่องจากจะช่วยเสริมสรรพคุณ
    – สำหรับผู้ที่ต้องกินยากดภูมิต้านทานหรือผู้ที่เป็นโรค SLE หรือผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะไม่ควรรับประทาน

ผลข้างเคียงของผู้ทาน

  1. อาการของผู้ที่เริ่มรับประทานใหม่ ๆ คือ
    – รู้สึกเวียนศีรษะ
    – อาเจียน
    – ง่วงนอน
    – ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ
    – เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย
    – ผิวหนังเกิดอาการคัน
  2. เมื่อตัวยาเข้าไปในร่างกายจะเข้าไปชำระล้างสารพิษต่าง ๆ ให้สลายไป
  3. อาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 2-7 วันก็จะกลับสู่สภาวะปกติ
  4. หากมีอาการตามนี้ก็สามารถรับประทานต่อได้
  5. หากมีอาการมากก็ควรลดปริมาณลงจนกว่าอาการจะเป็นปกติ
  6. สำหรับผู้ป่วยที่กำลังรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง สามารถรับประทานเห็ดชนิดนี้ควบคู่ไปได้

สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

  • ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน
  • ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
  • ช่วยป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ช่วยรักษาโรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดออกซิเจน
  • ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด
  • ช่วยรักษาโรคลูปัส อีริทีมาโตซัสทั่วร่าง (SLE)
  • ช่วยสลายใยแผลเป็นหรือพังผืดหดยืด
  • ช่วยทำให้ใยแผลเป็นอ่อนนิ่มและหดตัวเล็กลง
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
  • ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ
  • ช่วยรักษาโรคเกาต์
  • ช่วยรักษาโรคลมบ้าหมู
  • ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ
  • ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
  • ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น
  • ช่วยรักษาโรคประสาท
  • ช่วยบำรุงตับและรักษาโรคตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ
  • ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน
  • ช่วยลดไขมันในเลือด
  • ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาทให้เบาลง
  • ช่วยลดความดันโลหิตและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำให้สมดุล
  • ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
  • ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน
  • ช่วยป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ช่วยลดไขมันในเลือด
  • ช่วยแก้พิษจากรังสี คีโม เช่น เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม อาการปวดจากพิษบาดแผล
  • ช่วยแก้อาการท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี
  • ช่วยทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ดีขึ้น
  • ช่วยรักษาและต่อต้านมะเร็งโดยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
  • ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
  • ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับได้สนิท
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง
  • ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น
  • ช่วยส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยชะลอแก่ ชะลอวัย
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยทำให้อายุยืนยาว
  • ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สีหน้าแจ่มใส
  • ช่วยบำรุงร่างกาย

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา

  • สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ ซึ่งในแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารพอลิแซ็กคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป
  • สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
  • สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
  • นักวิทยาศาสตร์พบว่าในเห็ดชนิดนี้มีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด ปลอดภัยไม่มีสารพิษ

สั่งซื้อ อาหารเสริม สำหรับผู้ป่วย เนสท์เล่ ออรัลอิมแพค คลิ๊ก @amprohealth

แหล่งอ้างอิง
นพ.นิวัฒน์ ศิตวัฒน์, รศ.พญ.นริสา ฟูตระกูล, นพ.บรรเจิด ตันติวิท

อ้างอิงรูปจาก
1. https://hifasdaterra.it/blog/funghi/reishi-ganoderma-lucidum/
2. https://medthai.com/