ปัญหาการขับถ่ายมีผลต่อสุขภาพอย่างไร
การขับถ่าย คือ กระบวนการขับถ่ายของเสียที่เหลือจากการที่ร่างกายดูดซับสารอาหารไปแล้ว และเหลือกากใยอาหาร ซึ่งจัดเป็นของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ

การขับถ่าย

การขับถ่าย (Excretion) คือ กระบวนการขับถ่ายของเสียที่เหลือจากการที่ร่างกายดูดซับสารอาหารไปหล่อเลี้ยงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้ว และเหลือกากใยอาหาร ซึ่งจัดเป็นส่วนเกิน หรือเป็นของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเสียในลำไส้ ซึ่งเป็นอาหารเก่าประกอบด้วยกากอาหารที่มีกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ในลำไส้จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ รวมถึงการปัสสาวะก็เป็นการขับถ่ายของเสียเช่นกัน เพราะร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้

สาเหตุที่ทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติ

1. รับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้น้อยหรือไม่รับประทานเลย
2. ดื่มน้ำในแต่ละวันไม่เพียงพอ
3. พักผ่อนไม่เพียงพอ
4. ขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ
5. มีความเครียด หรือ วิตกกังวล
6. รับประทานยาบางประเภท เช่น ยาปฏิชีวนะ

ปัญหาการขับถ่ายมีผลต่อสุขภาพอย่างไร

1. ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ รู้สึกเครียด เบื่ออาหาร ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปวดหัว ปวดหลัง และแสบร้อนบริเวณหน้าอก
2. การออกแรงเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำยังก่อให้เกิดผลร้าย เช่น ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร หรือแผลปริรอบๆ ทวารหนัก
3. ทำให้ความดันในช่องทรวงอกเพิ่มขึ้น
4. ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
5. ความดันในลูกตาสูงขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตาและหู
6. เกิดไส้เลื่อนได้
7. กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
8. ลำไส้อุดตัน จนเกิดอาการ ปวดท้องมาก อึดอัดแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไม่ผายลม และไม่ถ่ายอุจจาระ

วิธีแก้ปัญหาการขับถ่าย

1. กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงในมือเช้า เช่น ผัก ผลไม้ น้ำลูกพรุนหรือนม โยเกิร์ต และขนมปังโฮลวีท รวมทั้งลดปริมาณการทานเนื้อลง
2. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ 05.00-07.00 น. เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการขับถ่ายมากที่สุด
3. ดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า การดื่มน้ำอุ่นหลังตื่นนอนตอนเช้าโดยที่ยังไม่ต้องแปรงฟัน เพราะแบคทีเรียที่ดีจากเอนไซม์ในน้ำลายนี้ จะช่วยไปกระตุ้นให้ลำไส้ และระบบทางเดินอาหารให้ขับสิ่งตกค้างในลำไส้ออกมา
4. ไม่อั้นอุจจาระ เพราะการอั้นจะทำให้อุจจาระตกค้างหรือย้อนกลับมาสู่ลำไส้ใหญ่จนทำให้มีอาการท้องผูก
5. นวดลำไส้กระตุ้นการขับถ่าย คนที่มีปัญหาขับถ่ายยากแนะนำให้นวดกระตุ้นการขับถ่ายก่อนเข้านอน โดยนวดตรงท้องล่างซ้ายจนถึงกะเพาะ ทำเป็นเวลา 5 นาที
และนวดซ้ำตอนเช้าขณะนั่งในห้องน้ำ นวดบริเวณหน้าท้องแบบทวนเข็มนาฬิกาพร้อมแขม่วท้องสักครู่
6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้มีการยืดเหยียดและหดของลำไส้ไปตามการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายเช่นกัน

ข้อดีของการขับถ่ายเป็นประจำ

1. ช่วยขับของเสีย หรือสารพิษออกจากร่างกาย
2. ช่วยลดกลิ่นปาก และกลิ่นกาย
3. ช่วยลดอาการร้อนใน
4. ช่วยลดการปวดเมื่อยเส้นเอ็น
5. ช่วยลดการเกิดสิว ฝ้า และผิวหมองคล้ำ
6. ช่วยลดหน้าท้อง และส่วนเกินในร่างกาย
7. การมีระบบขับถ่ายปกติจะช่วยปัองกันโรคต่างๆได้

ความเร่งรีบในชีวิตประจำวันมีผลทำให้หลายคนต้องรับประทานอาหารที่ให้ความสะดวกและรวดเร็ว โดยอาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ต้องการเท่าที่ควร และได้รับกากใยไม่มากพอ ดังนั้นการดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ และเพิ่มพรีไบโอติกส์ให้ลำไส้เป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Next articleตรวจมะเร็งตับ – สารวัดค่ามะเร็งตับ Alpha Fetoprotein ( AFP )