เจลาติน คืออะไร
เจลาตินเป็นส่วนประกอบในอาหารไร้สีไร้รสได้มาจากคอลลาเจนเป็นโปรตีนเกือบทั้งหมดคล้ายอัลบูมินที่ละลายน้ำ 

เจลาติน

เจลาติน (Gelatin) คือ ส่วนประกอบในอาหารไร้สีไร้รสได้มาจากคอลลาเจนเป็นโปรตีนเกือบทั้งหมดคล้ายอัลบูมินที่ละลายน้ำได้ ซึ่งได้มาจากการต้มหนังเนื้อเยื่อของสัตว์ กระดูก ผิวหนัง และเส้นเอ็นของสัตว์ เช่น วัว ควาย ไก่ หมู และปลา ในเจลาตินมีกรดอะมิโนอยู่สองชนิดเป็นสารที่ร่างกายมนุษย์ใช้สร้างคอลลาเจน จากข้อมูลพบว่าในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ใช้สารเพิ่มความข้นจากเจลาตินที่มนุษย์ใช้อยู่นั้นประมาณ 9,590 จาก 10,586 รายการในเกรดอาหาร และเกรดยา ในรูปแบบแคปซูลเจลาตินคิดเป็นประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับขนมหวานบางชนิด เช่น ขนมเหนียว ๆ ลูกอมเหนียวหนึบ มาร์ชเมลโลว์ เค้ก พาย เยลลี่ โยเกิร์ตข้น ลูกอมเยลลี่ ฯลฯ

เจลาตินทำอย่างไร

นำกระดูก เนื้อเยื่อ เส้นเอ็น หนังแห้งจากสัตว์ รวมถึงเกล็ดปลาสามารถใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำเจลาตินได้ ขั้นตอนต่อไปหั่นวัตถุดิบทั้งหมดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแช่ด้วยน้ำล้างให้สะอาด และนำไปแช่ต่อในสารเคมีประมาณสองวัน
เมื่อครบ 2 วันแล้วก็นำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการไฮโดรไลซิส ซึ่งเป็นกระบวนการย่อยสลายตัวของวัตถุดิบด้วยปฏิกิริยาจากน้ำร้อนและสารเคมี เมื่อเสร็จแล้วเอาวัตถุดิบที่ได้พักทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นกรองแยกน้ำแยกกากเสร็จแล้วเป็นขั้นตอนการทำให้กระจ่างน้ำระเหยเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เจลาตินมีความเข้มข้นสูง มาถึงขั้นตอนการฆ่าเชื้อแล้วรอให้เย็นแล้วฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้ง โดยนำไปผ่านกระบวนการที่เปลี่ยนของเหลวให้เป็นเจล จากนั้นนำไปเข้าเตาอบเพื่อบดให้เป็นผงขนาดสม่ำเสมอ คัดแยก และบรรจุ

ประเภทของเจลาติน

1. เจลาตินแบบแผ่น
2. ผงเจลาติน
3. แคปซูลเจลาติน (แคปซูลยา)

ประโยชน์ของเจลาตินต่อสุขภาพ

  • เจลาตินช่วยสร้างและรักษาเนื้อเยื่อของร่างการให้แข็งแรง
  • เจลาตินช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ
  • อุดมไปด้วยกรดกลูตามิกช่วยย่อยอาหารโดยกระตุ้นการผลิตน้ำย่อย
  • ช่วยให้อาหารเคลื่อนผ่านระบบย่อยอาหาร
  • คอลลาเจนในเจลาตินสามารถลดอาการปวดข้อที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
  • ไลซีนในเจลาตินช่วยเสริมสร้างกระดูก และป้องกันการสูญเสียกระดูก
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม
  • ช่วยให้กระดูกแข็งแรงไกลซีนในเจลาติน
  • ช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดียิ่งขึ้น

คุณสมบัติที่สำคัญของเจลาติน คืออะไร

  • เจลาตินละลายที่อุณหภูมิร่างกายทำให้รู้สึกสบายปากจึงเหมาะสำหรับทำขนม เช่น กัมมี่ มาร์ชเมลโลว์ ลูกอมเคี้ยวหนึบ และผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ และของหวานอื่นๆ อีกมากมาย
  • เป็นโปรตีนจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัย เมื่อรับประทานเข้าไปจึงทำให้เกิดอาการแพ้ในร่างกายมนุษย์น้อยมาก ดังนั้น เจลาตินจึงเหมาะสำหรับการใช้งานด้านเภสัชกรรมและการแพทย์
  • เจลาตินเป็นส่วนประกอบในอาหารทั่วไปในซุป ซอส ลูกอมเหนียวหนึบ และเจลาตินไม่ได้ใช้ในอาหารเท่านั้น แต่ยังใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหรือเครื่องสำอางเท่าและเจลาตินยังถูกใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ฟิล์มถ่ายภาพกระดาษ หัวไม้ขีด กระดาษทราย กระดาษพิมพ์เคลือบเงา หมวกว่ายน้ำ
  • แผ่นจำลองทางการแพทย์สำหรับเย็บแผลผ่าตัด
  • การตรวจลักษณะบาดแผลที่เกิดจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืน
  • เพื่อระบุบาดแผลทางเข้าและบาดแผลทางออกของกระสุนปืนใช้ในงานด้านนิติวิทยาศาสตร์

กรดอะมิโนในเจลาตินจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีมากที่สุด

  • ไกลซีน 27%
  • โพรลีน 16%
  • วาลีน 14%
  • ไฮดรอกซีโพรลีน 14%
  • กรดกลูตามิก 11%

ผลข้างเคียงของเจลาตินคืออะไร?

นอกจากจะใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพแล้ว เจลาตินยังใช้ทำการเคลือบแคปซูลสำหรับยาหลายชนิดอีกด้วย แม้ว่าจะพบได้ยาก แต่บุคคลบางคนอาจแพ้ผลิตภัณฑ์เจลาตินจากวัว ดังนั้น หากคุณรู้ว่าคุณมีอาการแพ้ หรือแพ้ง่ายควรศึกษาข้อมูลบนฉลากสินค้าก่อนทุกครั้ง เมื่อกินอาหารหรือขนมหวานที่มีส่วนผสมของเจลาตินในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลข้างเคียงหลังการบริโภคเจลาตินเพราะเจลาตินสามารถทำให้เกิดรสชาติที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้รู้สึกหนักในกระเพาะอาหาร ท้องอืด หรือเรอมากกว่าปกตินั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Next articleตรวจมะเร็งตับ – สารวัดค่ามะเร็งตับ Alpha Fetoprotein ( AFP )