แต่งตาอย่างไรให้ดูสวยดึงดูดใจ

แต่งตาอย่างไรให้ดูสวยดึงดูดใจ
ดวงตา คือสื่อที่แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกต่างๆกับผู้ที่สบตาด้วยได้ ซึ่งถ้าดวงตาสวยก็จะทำให้ยิ่งน่าดึงดูดใจ

ดวงตา

ดวงตา คือสื่อที่แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ซึ่งถ้าดวงตาสวยและดูเด่นก็จะสามารถทำให้ผู้ที่สบตารับรู้ความรูสึกได้ การเปลี่ยนสีสันหรือสไตล์การเขียนขอบตาก็สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของคุณได้ หากมองให้ลึกลงไปถึงลักษณะของดวงตา และเลือกที่จะทำอายเมคอัพเพื่อสร้างความแตกต่างให้ดวงตาแล้ว ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้น มุมมองจะเปลี่ยนแปลงไป แม้กระทั่งรูปร่างของคุณก็จะดูแตกต่างออกไปด้วย ยิ่งเป็นคนที่ดวงตาแบนและไร้มิติมากเท่าไร ประสิทธิภาพของอายเมคอัพก็จะน่าทึ่งมากขึ้นเท่านั้น แค่มีอายแชโดว์และอายไลเนอร์เพียงไม่กี่ชิ้น กับมาสคารา ก็สามารถเผยเสน่ห์ในแบบที่ตัวคุณเองไม่เคยรู้มาก่อน

สิ่งสำคัญที่ต้องมีสำหรับอายเมคอัพ

มาสคาราคิ้ว
ทำให้ขนคิ้วเรียงตัวสวย ดูหนาและช่วยรักษารูปคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนที่คิ้วหนาอยู่แล้วแค่มีมาสคาร่าปัดคิ้วก็ทำให้คิ้วดูสวยงามเป็นระเบียบได้

อายโบรว์แชโดว์
( ที่เขียนคิ้วชนิดฝุ่น) และ แปรง เป็นแชโดว์ที่ใช้สำหรับคิ้วโดยเฉพาะ อายโบรว์แชโดว์ช่วยแต่งคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติได้มากกว่าดินสอเขียนคิ้ว ดังนั้นเวลาทาอายโบรว์แชโดว์จำเป็นต้องใช้แปรงขนหนาและสั้น

กรรไกรแต่งคิ้ว
เพื่อตัดแต่งคิ้วให้ดูสวยเป็นทรง ควรใช้กรรไกรที่ไม่บางเกินไปหรือมีปลายแหลมคม ควรใช้กรรไกรที่ไม่โค้งและแบนเรียบสม่ำเสมอ

ที่ดัดขนตา
ใช้ดัดขนตาให้โค้งงอนเข้ากับลักษณะของดวงตาโดยไม่ใช้ขนตาปลอม และไม่ทำให้ดวงตาระคายเคือง สำหรับคนดวงตาโปนมักจะใช้ที่ดัดขนตาแบบโค้งใหญ่ สำหรับดวงตาสั้นหรือชี้ขึ้น (หรือชี้ลง) ให้ใช้ที่ดัดขนตาอันเล็กดัดขนตาเป็นส่วนๆไป

มีดกันคิ้ว
เป็นใบมีดโกนที่ใช้สำหรับแต่งคิ้วโดยเฉพาะ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยที่สุดโดยไม่ทำให้ผิวหนังบาดเจ็บหรือระคายเคือง

ที่แปรงคิ้วและแปรงหัวเกลียว
ขนที่แปรงคิ้วจะสั้นและแข็งและเอียง ไว้ใช้สร้างมิติให้กับคิ้ว วัสดุที่ใช้จะเป็นขนสังเคราะห์และขนธรรมชาติ เพื่อตกแต่งคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้แปรงหัวเกลียวจัดแต่ทรงให้เข้ารูป

ดินสอเขียนคิ้ว
ควรลงดินสอบริเวณกรอบคิ้วก่อนแล้วจึงใช้แปรงปัดให้เนื้อของดินสอกระจายออกทั่วคิ้วจะทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติและไม่แข็งทื่อ ที่สำคัญควรเลือกสีให้เข้ากับสีผมของตัวเอง ข้อดีคือติดทนนาน เหมาะสำหรับเวลาที่ต้องแต่งหน้าเพิ่มเติมหรือบริเวณที่คิ้วมีช่องว่าง

อายแชโดว์
เครื่องสำอางค์ที่ใช้ปัดทาบนเปลือกตาใต้คิ้ว เพื่อให้เกิดมิติความลึกของตาให้ดูเด่นและมีเสน่ห์

อายไลเนอร์ชนิดเจล/ลิควิด
หากต้องการเน้นเส้นอายไลเนอร์ให้เขียนแบบเจล ใช้ง่ายและไม่เลอะ แต่ถ้าอยากได้เส้นอายไลเนอร์ที่บางและดูเป็นธรรมชาติให้เลือกแบบลิควิด

อายเบส
เป็นเบสแชโดว์สีสว่างที่ช่วยให้อายแชโดว์มีเนื้อสีแน่นและติดทนนาน จำเป็นสำหรับคนที่รอบดวงตาดำคล้ำ ควรเลือกสีที่สว่างกว่าสีผิวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด หากมีดวงตาที่ดูบวมให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับโทนสีผิว

มาสคาราขนตา
ปัดแล้วทำให้ขนตาดูหนา และในบางครั้งก็ทำให้ขนตางอนยาวด้วย ลองเลือกใช้แปรงและมาสคาร่าชนิดต่างๆตามความยาวและความหนาของขนตา

อายไลเนอร์ชนิดดินสอ
เป็นเครื่องสำอางที่ใช้สำหรับเน้นดวงตา จะใช้เขียนบริเวณรอบรูปทรงของตาเพื่อสร้างความหลากหลายในมุมมองของดวงตาที่จะทำให้ดูโตขึ้น

สิ่งต้องทำในการเมคอัพ

1. กันคิ้วและเขียนคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติ
ก่อนกันคิ้วให้สังเกตใบหน้าตัวเองอย่างละเอียด และลองดูให้ดีๆว่ารูปคิ้วแบบใดที่เข้ากับรูปหน้า เหมาะสมกลมกลืนกับหูตาจมูกปากของตัวเองที่สุด จัดการส่วนที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อรักษาลักษณะเฉพาะและความงามของรูปคิ้วดั้งเดิมของตัวเองไว้

1.1 คิ้วเปลี่ยน ภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนตาม
พอรูปคิ้วเปลี่ยนก็เปลี่ยนอารมณ์สี่แสดงของใบหน้าไปด้วย การปรับแต่งรูปคิ้วเป็นหลักการแต่งหน้าที่สำคัญซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์บนใบหน้า

ใบหน้ากลม
เขียนคิ้วให้ยาวและโค้งสูงเล็กน้อย แล้วเติมคิ้วให้เข้มและกว้างพอประมาณ ถ้าไฮไลท์บริเวณโหนกคิ้วใต้ส่วนโค้งนั้นให้ดูสว่างขึ้น ช่วยให้ละสายตาจากโหนกแก้มใหญ่ๆได้

ใบหน้ายาว/ใบหน้าสามเหลี่ยม
เขียนคิ้วให้โค้งเล็กน้อยจนเกือบเป็นแนวเส้นตรงและเขียนให้หนาหน่อย หากเพิ่มระยะห่างระหว่างคิ้วทั้งสองข้างขึ้น ใบหน้ายาวๆจะดูสบายๆผ่อนคลายขึ้น

ใบหน้ารูปไข่
เขียนคิ้วให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ให้ตำแหน่งหัวคิ้วเริ่มจากหัวตาโดยให้เลยเข้ามาข้างหน้าเล็กน้อย ห่างคิ้วให้อยู่ที่จุดเชื่อมห่างตาและจมูก

ใบหน้าที่หางคิ้วชี้ขึ้น
ตกแต่งบริเวณส่วนโค้งของแนวคิ้วให้โค้งเป็นวงกลม

ใบหน้าที่หางคิ้วตก
ตกแต่งบริเวณหางคิ้วที่ตกลงมามากเกินไป แล้วเขียนหางคิ้วให้ชี้ขึ้น

1.2 กันคิ้วครั้งแรกในชีวิต
ถ้าหากไม่มั่นใจในการกันคิ้วครั้งแรก ให้ช่างช่วยกันคิ้วให้สมัยนี้มีร้านกันคิ้วที่ช่วยจัดคิ้วอย่างมืออาชีพ หากมีคิ้วที่ได้รูปสวยแล้ว การรักษารูปคิ้วนั้นก็ไม่ยากอะไร ให้ใช้อายโบรว์แชโดว์เขียนคิ้วให้ดูคมชัด
– ทาสกินโทนเนอร์บริเวณผิวรอบรอบๆคิ้ว
– สังเกตใบหน้าและรูปคิ้วของตนเองให้ดี ก่อนจะตัดสินใจว่าจะแต่งคิ้วทรงไหน
– ใช้หวีสำหรับคิ้วหวีไปทิศทางที่ขนคิ้วงอกขึ้น บริเวณหัวคิ้วให้หวีจากล่างขึ้นบน จากตรงกลางจนถึงหางคิ้วให้หวีไปข้างๆให้เป็นระเบียบ ใช้กรรไกรเล็มขนคิ้วยาวยาวๆที่โผล่ออกมานอกหวีออก
– ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดดินสอเขียนโครงรูปคิ้วที่ต้องการ หากใช้คอนซิลเลอร์ชนิดนี้เขียนรูปคิ้ว จะลบออกหรือเขียนใหม่ก็ทำได้ง่ายดาย
– ใช้มีดกันคิ้วกันขนที่อยู่นอกเส้นคอนซีลเลอร์ออก กันไปตามทิศทางของขนคิ้ว
– ฉีดมิสต์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

เหตุผล 3 ประการที่ไม่ควรใช้แหนบถอนคิ้ว

1.หากใช้แหนบเป็นระยะเวลานานจะทำให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่นได้ การใช้ในระยะสั้นอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่หากผิวหนังเสียความยืดหยุ่นแล้วจะไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้ผิวกลับมามีสภาพอย่างเดิมได้อีก

2.บริเวณกลางหน้าผากของคุณจะเกิดริ้วรอยลึกตอนที่ทนความเจ็บปวดเวลาถอนโดยที่ไม่รู้ตัว

3.บางครั้งอาจเกิดบาดแผลหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้เวลาที่ขนคิ้วขึ้นมาใหม่ แนวขนคิ้วจะหงิกงอและเว้าแหว่งได้ง่าย

การเขียนคิ้วให้มีมิติ

1.ตกแต่งรูปคิ้ว
หวีขนคิ้วตามแนวเส้นขน แล้วใช้กรรไกรแต่งคิ้วเร็มเส้นขนที่อยู่นอกเส้นที่วาดไว้

2.ใช้อายโบรว์แชโดว์เขียนคิ้วโค้ง
ใช้แปรงขนสั้นแบนทาอายโบรว์แชโดว์ โดยเริ่มจากบริเวณที่มีเส้นขนขึ้นน้อยๆก่อน

3.เติมช่องว่างในแนวคิ้วให้เต็ม
ใช้ดินสอเขียนคิ้วเขียนเติมบริเวณที่โล่งๆเป็นพิเศษ ด้วยเวลาเขียนให้แต้มเป็นจุดๆ

4.จัดระเบียบแนวขนคิ้ว
ใช้มาสคาราคิ้วแปรงไปตามทิศทางที่ขนคิ้วขึ้น จะทำให้คิ้วดูมีมิติขึ้น

2. เคล็ดลับในการเปลี่ยนลุคด้วยอายแชโดว์
ลองเปลี่ยนสีอายแชโดว์ไปตามสไตล์ในแต่ละวันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า อายแชโดว์มีหลายแบบมากพอๆกับเสื้อผ้าเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอายแชโดว์แบบสปาร์คลิ่ง แบบคลาสสิค หรือแบบเนื้อครีม อีกทั้งยังมีหลากหลายสีจนคิดไม่ถึง

อายเบสแต่งรูปตาให้ดูเด่นชัด
การลงอายเบสเหมือนกับการลงเมคอัพก่อนลงรองพื้น อายเบสจะช่วยให้สีของอายแชโดว์ไม่ผิดเพี้ยนไปจากสีจริง โดยเฉพาะคนที่มีดวงตาหมองคล้ำหรือกำลังอยู่ในช่วงมีประจำเดือนซึ่งทำให้เห็นรอยคล้ำใต้ตาชัดกว่าปกติ หากไม่มีอายเบสอาจจะใช้อายแชโดว์สีพาสเทลแบบไม่ผสมมุก หรืออาจใช้คอนซีลเลอร์แบบลิควิดโทนสีเหลืองแทน สิ่งที่ควรระวังคือหากเลือกสีอายเบสที่มีโทนสีต่างกับอายแชโดว์อาจทำให้ดูสกปรกได้ และหากเป็นไปได้ควรเลือกสีอายเบสแบบครีม เพราะจะช่วยให้อายแชโดว์ติดทนนานมากขึ้น ซึ่งเริ่มทาอายแชโดว์จากแนวขนตาและค่อยๆเกลี่ยเข้าด้านบนเหมือนวาดรูปพระจันทร์เสี้ยว ค่อยๆเกลี่ยอายแชโดว์อย่างเบามือจนเรียบเสมอเท่ากัน
กรณีคนที่ตาหลบใน พื้นที่ระหว่างคิ้วกับดวงตาแคบ ควรเลือกใช้เบสผสมมุก ให้ทาเพียงบริเวณเบ้าตา
กรณีคนที่มีตาโปน พื้นที่ระหว่างคิ้วกับดวงตากว้าง ควรเลือกใช้เบสที่ไม่มีมันวาว และทาอายเบสลงบนเปลือกตาจนถึงบริเวณโหนกคิ้ว

การทาอายแชโดว์ให้มีมิติ

ส่วนใหญ่แล้วค่อนเอเชียมีตาสองชั้น ดังนั้นการเพิ่มมิติให้ดวงตาจะทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น

– ทาครีมที่สีสว่างและมีโทนสีเดียวกับอายแชโดว์ลงเป็นอายเบสให้ทั่วบริเวณเปลือกตา

– ทาอายแชโดว์ลงบนเปลือกตาโดยเริ่มจากบริเวณแนวขนตาและค่อยๆเกลี่ยขึ้นไปช้าๆให้เป็นวงกลม

– ลงอายแชโดว์สีสว่างบริเวณ คิ้วและหัวตา

– ทาอายแชโดว์สีเข้มบริเวณ ⅓ ของหางตา หากทาอายแชโดว์ในแนวทแยงขึ้นไปจะทำให้ดูเป็นก้อนบริเวณโหนกคิ้วได้ จึงควรทาอายแชโดว์บริเวณหางตาโดยเขียนวนเป็นวงกลม

3. การเลือกสีอายแชโดว์สำหรับมือใหม่
การเลือกสีอายแชโดว์นั้นเป็นเรื่องยากเสมอ กฏข้อแรกคือห้ามยึดติดกับสีดำเดิมๆ ต้องการที่จะเปิดใจลองอะไรใหม่ๆเพื่อเปลี่ยนสไตล์ของคุณ สำหรับมือใหม่ควรเริ่มต้นจากการเลือกสีที่เข้ากับสีผิวหน้าของตนเองและทำความคุ้นเคยกับสไตล์ใหม่ๆ

สีผิว

1. ผิวแดง/ผิวที่มีสิว
ควรเลือกใช้สีเทาเข้ม สีอะควาบลู สีมิ้นต์ สีลาเวนเดอร์ หรือสีโทนสดใส ถึงแม้ว่าสีผิวจะแดงก็ควรเลือกอายแชโดว์สีโทนเย็น

2. ผิวคล้ำ
ควรเน้นสีที่มีความแวววาว ไม่ว่าจะเป็นโทนสีลาเวนเดอร์หรือสีชมพู โทนสีสำหรับหน้าร้อนที่ชวนให้นึกถึงการอาบแดดอย่างสีพีช สีโกลเด้นเพิร์ล หรือสีบรอนซ์ทอง

3. ผิวขาว
ควรเลือกใช้โทนสีร้อนเพื่อเพิ่มสีสันให้ใบหน้า สีพีชอ่อน สีชมพู สีน้ำตาล หรือสีเบจ

การแต่งหน้าให้เข้ากับแว่น ก่อนเลือกกรอบแว่นต้องสังเกตตัวเองก่อนว่ามีรูปคิ้วลักษณะใด หากเป็นคนที่มีคิ้วเข้มและหนาควรหลีกเลี่ยงแว่นตากรอบหนา ในทางตรงกันข้าม หากโดยรวมแล้วไม่มีส่วนไหนที่ดูโดดเด่นควรเลือกกรอบแว่นที่ดูโดดเด่นแทน

ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นกรอบแว่นแบบไหนก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้อายแชโดว์สีสว่างสดใส สำหรับสาวแว่นนั้น แค่เพียงกรีดอายไลเนอร์ให้เสียบคอมแล้วปัดมาสคารา แต่ถ้าอยากทาอายแชโดว์ อย่าลืมดูว่ากรอบแว่นกับสีอายแชโดว์เข้ากันหรือเปล่า โดยปกติแล้วควรเลือกโทนสีธรรมชาติเท่านั้น

สีผม
การเปลี่ยนสีผมช่วยเปลี่ยนลุคได้มากและเป็นการหาสไตล์ใหม่ๆให้ตัวเอง สีที่ไม่เคยใช้ก่อนหน้านี้อาจเป็นสีที่เข้ากับเราได้ แม้กระทั่งอายไลเนอร์ที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ลองเปลี่ยนสีผมและอายเมคอัพดู

– ผมสีดำ
หากคนผิวขาวย้อมผมสีดำจะทำให้ความรู้สึกเฉียบคมและดูถือตัว หากผมตรงและยาวไม่ว่าจะทาอายแชโดว์สีอะไรก็เข้ากันได้หมด แต่ด้วยสีผมที่เข้มอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้อายแชโดว์หลายสี เพียงแค่ทาอายแชโดว์สีเทาเป็นอายเบสแล้วเขียนอายไลเนอร์ และไม่ว่าจะเป็นอายไลเนอร์สีเทาเข้มหรือโทนสีดำโมโนโทนเพียงแมตซ์ สีอายไลเนอร์ให้เข้ากับสีคิ้วก็จะดูสวยแจ่มได้ นอกจากนั้นลิปสติกสีแดงยังเหมาะกับคนที่มีผมดำยาวตรงเป็นอย่างมาก

– ผมสีน้ำตาลแดง
หากคุณเป็นคนที่มีลักษณะแข็งกร้าวหรือมีสีผิวที่ค่อนข้างคล้ำเมื่อย้อมผมสีน้ำตาลประกายแดง และทำผมบ๊อบดัดหรือดัดผมซอย จะทำให้ดูเป็นคนกระตือรือร้นขึ้นมา ผมสีนี้เข้ากันได้ดีกับเมคอัพแบบธรรมชาติ และเพิ่มลูกเล่นด้วยอายแชโดว์ผสมมุก

– ผมสีส้มทองแดง
ผมสีนี้ช่วยให้มีภาพลักษณ์ที่ดูสดชื่นและกระตือรือร้น อีกทั้งยังเหมาะกับเสื้อผ้าสีสันสดใส ผิวสีแทน และเมคอัพสีสว่างสดใส การใช้อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายส้มรวมทั้งการกันคิ้วให้เข้ารูปจะช่วยเพิ่มดีกรีความชิคขึ้นไปอีก สีอายแชโดว์ที่เข้ากับผมสีส้มทองคือ สีนูทรัลพีช สีส้ม สีทองอ่อนๆ และสีบรอนซ์ ส่วนสีที่จะช่วยให้ดวงตาคุณสว่างสดใสคือโทนสีมิ้นและสีไอซี่บลู

– ผมสีน้ําตาลธรรมชาติ
เป็นสีผมยอดนิยมสำหรับคนส่วนใหญ่ การทาอายแชโดว์สีเบจหรือสีเทาอ่อนบริเวณหางตาและเขียนอายไลเนอร์สีน้ำเงินจะให้ความรู้สึกเป็นเด็กสาว ผมสีนี้เข้าได้กับอายแชโดว์หลายโทนสีที่มีประกายทอง

– ผมสีน้ำตาลทอง
ผมสีนี้ให้ความรู้สึกของสาวเมืองหลวงที่มีความทันสมัย ใช้อายแชโดว์สีโกลด์เมทัล หรือแต่งแบบสโมกกี้อายเพื่อเพิ่มความโดดเด่น เนื่องจากสีผมนั้นอ่อนอยู่แล้ว ดังนั้นการลงสีบริเวณดวงตาให้เด่นชัดจึงไม่มีปัญหาอะไร หากดัดผมเป็นลอนจะช่วยเพิ่มความสง่างามได้

4.เขียนอายไลเนอร์ให้คม
อายไลเนอร์นั้นมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นชนิดลิควิด ชนิดแปรง อายไลเนอร์เนื้อแป้งที่ต้องใช้แปรงทา อายไลเนอร์ชนิดดินสอ และเจลอายไลเนอร์

– อายไลเนอร์ชนิดลิควิด
เขียนให้เส้นบางและคมชัดได้ รวมทั้งเขียนตา 2 ชั้นบางๆที่หลบเข้าด้านในได้โดยไม่ไหลเลอะ จึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับมือใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอายไลเนอร์ชนิดนี้ หากใช้อายไลน์เนอร์ชนิดดินสอเขียนโครงก่อนแล้วค่อยใช้ชนิดลิควิดเขียนตาม จะช่วยลดความผิดพลาดได้

– อายไลเนอร์ชนิดดินสอ
เป็นอายไลเนอร์ที่ใช้ง่ายสำหรับมือใหม่ ถึงจะบอกว่าเลอะง่าย แต่สมัยนี้ก็มีอายไลเนอร์ชนิดดินสอแบบกันน้ำออกวางขายมากมาย หากทาอายแชโดว์ทับจะช่วยป้องกันไม่ให้อายไลเนอร์เลอะได้ในระดับหนึ่ง

– อายไลเนอร์เนื้อเจล/ครีม
เป็นอายไลเนอร์ที่เลอะยากและสามารถปรับความหนาของเส้นได้ ต้องใช้แปรงชนิดพิเศษเขียนจึงค่อนข้างยุ่งยาก ถึงแม้จะไม่มีตาสองชั้นหรือไม่ได้ทาอายแชโดว์ แต่หากเน้นดวงตาด้วยอายไลเนอร์ชนิดนี้แล้ว สามารถออกแบบดวงตาได้ตามที่ต้องการ

– อายไลเนอร์ชนิดแปรง
ผสมสารสีดำเนื้อจึงไม่ค่อยเหนียว มีคุณสมบัติที่ทาได้บางและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดวงตาดูคมชัด

– อายไลเนอร์ชนิดแป้ง
สามารถใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำแทนได้ อายไลเนอร์ชนิดนี้เหมาะกับการเขียนเส้นให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้กับการแต่งหน้าแบบสโมกกี้อายที่ต้องเขียนเส้นให้ดูฟุ้งนิดหน่อย

– อายไลเนอร์แบบดินสอชนิดทูโทน
สีดำ+สีน้ำตาล, สีดำ+สีม่วง หรือสีดำ+สีน้ำเงิน การใช้อายไลเนอร์สีดำร่วมกับสีอื่นจะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติ จุดสำคัญคือ ต้องวาดเส้นสีดำให้ชิดกับแนวขนตา และเขียนสีอื่นบนแนวอายไลเนอร์สีดำเพื่อไล่สี ก่อนจะเกลี่ยให้เข้ากัน การรวมสองสีเข้าด้วยกันแบบนี้ทำให้ตาดูโต และเป็นธรรมชาติกว่าการวาดอายไลเนอร์สีดำบางๆเพียงเส้นเดียว

การเขียนอายไลเนอร์

1. ทาอายแชโดว์

2. ใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอเขียนขอบตา
ใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอเขียนขอบตาตามที่ต้องการ โดยเขียนให้ชิดกับแนวขนตามากที่สุด

3. เติมอายไลเนอร์ด้านในเปลือกตา
เติมอายไลเนอร์บริเวณขนตากับเปลือกตาด้านในอย่าให้เห็นช่องว่าง

4. ทาอายไลน์เนอร์ชนิดลิควิดทับ
กรณีของคนที่มีตาสองชั้นหรือมีเนื้อเปลือกตาเยอะ
อายไลเนอร์อาจไหลเยิ้มลงมาได้ง่าย หากเขียนอายไลเนอร์ชนิดลิควิดหรือเจลทับลงบนอายไลเนอร์ชนิดดินสอ จะช่วยให้อายไลเนอร์ติดทนนานขึ้น ซึ่งในขั้นตอนนี้ควรวาดอายไลเนอร์ให้ชิดกับเส้นขนตาให้มากที่สุด

5. ทาแป้งบริเวณใต้ตา
ใช้แปรงแตะแป้งแล้วกดเบาๆบริเวณใต้ตาและรอบดวงตา จะช่วยให้อายไลเนอร์ไม่ไหลเยิ้มลงมาติดบริเวณใต้ตา

การเขียนอายไลเนอร์ที่เหมาะสำหรับตัวเอง

ดวงตาทั้งสองข้างห่างกัน
ให้เริ่มเขียนอายไลเนอร์แบบดินสอหรือแบบเจลจากบริเวณที่ห่างจากหัวตาออกไปประมาณ 1 มิลลิเมตรจะช่วยให้ช่องว่าระหว่างดวงตาทั้งสองข้างดูแคบลง

ดวงตาโปน
หลังจากเขียนอายไลเนอร์สีดำหรือสีเข้มเข้มแล้วให้ใช้อายแชโดว์โทนสีเดียวกับสีอายไลเนอร์ทาทับ และถ้าเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนและล่างให้เชื่อมต่อกันจะทำให้ดวงตาดูมีมิติมาก

ดวงตาที่หางตาชี้
บริเวณหางตาที่ลากเป็นเส้นตรงในระดับเดียวกับดวงตา จากนั้นเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่าง บริเวณด้านบนของเส้นอายไลเนอร์จะเกิดส่วนที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ในส่วนนี้ให้ใช้อายแชโดว์ เบลนด์ให้เต็ม

หากดวงตาทั้งสองข้างอยู่ไม่ห่างกันมากนัก
อยากเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่างทั้งหมด แต่เขียนแค่ ⅓ เท่านั้น และไม่ต้องวาดหางตาออกไป เขียนให้เส้นขอบตาล่างและขอบตาบนเชื่อมต่อกัน

ดวงตาที่หางตาคล้ำหรือตาชั้นเดียว
ให้ทาอายแชโดว์มุกสีเรียบเรียบๆลงบนเปลือกตา แล้วค่อยเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนให้หนา ส่วนขอบตาล่างนั้นใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอสีขาว เขียนทับไม่ให้เห็นสีผิว จะทำให้ดวงตาดูสดใสมากขึ้น

เติมสีสันให้ขอบตาล่าง
การเขียนขอบตาล่างด้วยสีสันต่างๆนั้นจะให้ความรู้สึกแบบใหม่ และในขณะเดียวกันก็ทำให้ดูเหมือนกำลังใส่คอนแทคเลนส์สีอยู่ สำหรับดวงตาที่เห็นเส้นเลือดในตาชัดให้เขียนขอบตาล่างด้วยสีน้ำเงินหรือม่วงจะช่วยให้ดวงตาดูสว่างสดใสขึ้น

5.ขนตางอนสวยด้วยมาสคารา
มาคารา คือ อาวุธลับของหญิงสาวที่ทำให้ขนตาที่ยาวเรียงสวยเป็นแพหนา ช่วยให้ดวงตาเด่นชัดมากขึ้นและทำให้บรรยากาศรอบข้างชวนหลงใหล โดยเฉพาะสาวตะวันออกนั้นมีขนตาที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรง มาสคาราจะช่วยให้ขนตาโค้งงอนและดวงตาดูโดดเด่นมากขึ้น

การเลือกใช้มาสคารา

– Lash Defining Mascara
มาสคาราประเภทนี้จะเป็นแบบครบสูตร เหมาะสำหรับคนที่อยากให้คนตาทั้งยาวและหนา (ส่วนมากจะเป็นแบบชนิดกันน้ำ)

– Long Lash Mascara
มาสคาร่าประเภทนี้จะช่วยเพิ่มความยาวของขนตา หากเป็นคนที่ขนตาหนาแต่ขนตาสั้น จะช่วยทำให้ขนตาดูยาวขึ้นและตาโตขึ้นได้ (ควรปัด 2 รอบ และหากจะปัดรอบ 3 ให้ปัดเฉพาะปลายขนตาเท่านั้น)

– Non Clumping Mascara
มาสคาร่าประเภทนี้ขนตาจะไม่จับเป็นก้อน ไม่เป็นขาแมงมุม ขนตาดูเป็นธรรมชาติ

– Curling Mascara
มาสคาร่าประเภทนี้เหมาะสำหรับขนตาที่ไม่โค้งงอนหรือขนตาตก มาสคาราประเภทนี้จะช่วยให้ขนตาโค้งงอนและอยู่ได้นาน
– Volum Mascara
มาสคาร่าประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีขนตายาวแต่ไม่หนา มาสคาราประเภทนี้จะช่วยเพิ่มความหนาให้ขนตา ถึงแม้จะไม่ได้เขียนอายไลเนอร์ แต่แค่ปัดมาสคาราชนิดนี้ก็จะทำให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวาขึ้นได้

การปัดมาสคาราอย่างมือโปร

– ดัดขนตา3 จังหวะ โดยให้ทิศทางของที่ดัดขนตาเอียงลง 45 องศา
– ปัดมาสคาราโดยเริ่มจากโคนขนตา ปัดไปในทิศทางแนวนอน
– ปัดมาสคาราอีกรอบ ครั้งนี้ปัดจากล่างขึ้นบนตั้งแต่โคนขนตา ควรปัดมาสคาราให้เท่ากันทุกเส้น การปัดมาสคาร่าจากคนขนตาจะช่วยทำให้ขนตาดูแข็งแรง หากต้องการเน้นส่วนไหนเป็นพิเศษให้ปัดมาสคาราเพิ่มขึ้น เช่น ถ้าอยากให้ดวงตาดูเรียวยาวให้ปั่นบริเวณหางตาเพิ่ม ถ้าอยากให้ดวงตาดูกลมให้ปัดตรงกลางตาเพิ่ม
– ใช้ส่วนปลายของแปรงปัดมาสคาราปัดขนตาล่างโดยตั้งแปลงขึ้น
– เมื่อมาสคาร่าแห้งแล้ว ให้ใช้นิ้วชี้กดให้เส้นขนตาโค้งงอน วิธีนี้ช่วยให้ขนตางอนสวยและป้องกันไม่ให้มาสคาร่าไหลเยิ้มลงมา แม้จะโดนน้ำก็ตาม

การติดขนตาปลอม

การติดขนตาปลอมบริเวณหางตาโดยให้เหลือขนตาจริงไว้ข้างละประมาณ 2 มิลลิเมตร จะทำให้ขนตาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

– ดัดขนตา
– แบ่งขนตาปลอมออกเป็น 3 ส่วนเท่าเท่ากัน แต่ในกรณีที่จะติดขนตาโดยไม่แบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้กับความยาวของแนวเส้นขนตาตัวเองกับขนตาปลอม ก่อนจะตัดส่วนปลายที่เกินออก
– ทากาวลงบนขนตาปลอมบางๆก่อนจะเป่าเบาๆให้กาวแห้งลงเล็กน้อย วิธีนี้ทำให้ขนตาปลอมติดแน่นมากขึ้น
– ติดขนตาเส้นๆที่หัวตา ติดขนตาเส้นยาวที่หางตา ควรติดกับขนตาจริงให้แนบสนิทเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ในกรณีที่ลูกตาสั้น ให้ติดขนตาปลอมเส้นยาวแค่ที่หางตา เพราะแค่นั้นก็ทำให้ดวงตาดูสวยโดดเด่นได้แล้ว
– การถอดขนตาปลอมออก การถอดขนตาปลอมโดยดึงออกจากขนตาเลยจะทำให้ผิวบริเวณนั้นระคายเคืองได้ เนื่องจากขนตาปลอมถูกติดตั้งไว้กับคนตาจริง นอกจากนั้นแล้วยังอาจทำให้ขนตาจริงร่วงติดออกมาด้วย จึงต้องระวังให้ดีอย่าดึงขนตาปลอมออกมาทันที แต่เวลาถอดให้เทอายรีมูฟเวอร์ลงบนสำลีล้างเครื่องสำอาง แปะไว้บนดวงตาประมาณ 10 วินาทีก่อนแล้วค่อยๆถูกๆ เมื่อกาวละลายหมดแล้วขนตาปลอมจะหลุดออกมาเองพร้อมกับเครื่องสำอางรอบดวงตา

แต่งหน้าอย่างไรไม่ให้เสียเวลา

– รองพื้นสำรอง
ใช้รองพื้นชนิดแป้งแบบบางๆเพื่อแก้ไขโทนสีผิวหรือไม่ก็ใช้ไพรเมอร์กับบีบีครีม เพื่อความรวดเร็ว

– ใช้มาสคาร่าแทนอายไลเนอร์
หากไม่มีเวลามากพอ ให้ดัดขนตาให้โค้งงอนและปัดมาสคาราเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ดวงตาดูเด่นชัดขึ้นมาโดยไม่ต้องพึ่งอายไลเนอร์

– บลัชออน
ทำบลัชออนที่แก้มให้เป็นสีชมพูระเรื่อก็ทำให้ดูโดดเด่นและอ่อนเยาว์ได้

– ส่วนที่หมองคล้ำ
การปรับโทนสีของใบหน้าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความพยายามเป็นอย่างมากในช่วงที่มัเวลาไม่มาก ดังนั้นการปรับรอยคล้ำใต้ตาให้สว่างขึ้นนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ใช้คอนซีลเลอร์กับไฮไลท์ในการปรับโทนสีผิวใต้ดวงตาก็สามารถปรับใบหน้าให้ดูสว่งได้ในพริบตา

– เลือกผลิตภัณฑ์ชนิดครีม
ผลิตภัณฑ์ชนิดครีมช่วยได้มากหากไม่มีเวลาแต่งหน้า เพียงแค่ใช้มือเกลี่ยเนื้อครีมเบาๆให้ทั่ว เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

Perfect Quick makeup สวยทันใจใน 5 นาที

– ทาอายเบส
ทาอายเบสแบบครีมผสมมุกจังๆลงบนเปลือกตา

– ทาไฮไลต์
ทาครีมไฮไลท์บริเวณโซน 4 และโซน T

– ปัดแก้ม
ใช้ครีมบลัชออนแตะเบาเบาๆบริเวณโหนกแก้ม

– เติมลิปสติกให้ปากชุ่มชื้น
ใช้นิ้วแตะลิปสติกเนื้อครีมลงบนริมฝีปากและธรรมะเบาๆให้ทั่ว

– ปัดมาสคารา
หลังจากเขียนอายไลเนอร์และเขียนขอบตาล่างเรียบร้อยแล้วค่อยปัดมาสคารา

กระเป๋าแต่งหน้าสไตล์ Club Queen

แต่งหน้าได้ผลิตภัณฑ์ความงามน้อยชิ้นที่สุด เตรียมกระเป๋าเครื่องสำอางค์ใบเล็กๆที่ใส่เครื่องสำอางได้ 4-5 ชิ้น

1. กระดาษซับมัน
ไม่ต้องตบแป้งตลับบ่อยๆก็ได้เพียงใช้กระดาษซับน้ำมันส่วนเกินออก ผิวก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้นมาก เวลาไปคลับก็พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงไว้สักแผ่น 2 แผ่น หากนำสำลีก้านไปด้วยซักสองสามอันการเตรียมการแต่งหน้าเพิ่มก็เสร็จเพียงเท่านี้

2. ลิปกลอส
เวลาไปเที่ยวคลับส่วนใหญ่หมดเวลาไปกลับการอยู่ในห้องที่มีอากาศแห้งแห้งให้เติมลิปกลอสแบบชิมเมอร์หรือไม่ก็สปาร์คลิ่งที่ชุ่มชื้นมากๆ นอกจากริมฝีปากจะใช้ชื่อแวววาวตามแสงไฟที่ตกกระทบแล้ว ยังชุ่มชื้นจนน่าจุบอีกด้วย ให้เลี่ยงสีเข้มเข้มที่ต้องส่องกระจกแล้วค่อยทานอย่างระมัดระวัง ลิปกลอสสีใสที่ทาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องส่องกระจกนี่แหละปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

3.แป้งอัดแข็งผสมชิมเมอร์
ปิดท้ายการแต่งหน้าไปคลับด้วยแป้งชิมเมอร์หากทาเบาๆให้ทั่วใบหน้า เวลาอยู่ใต้แสงไฟจะดูเปล่งประกายระยิบระยับ แม้เวลาจะผ่านไป ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นคราบหรือต้องแต่งหน้าเพิ่ม

4.น้ำหอม
คลับนั้นไม่ใช่สถานที่ที่มีกลิ่นหอมอย่างแน่นอน มีตั้งแต่กลิ่นบุหรี่ไปจนถึงกลิ่นเหงื่อ ในที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างนี้ หากคุณเผยกลิ่นหอมสดชื่นออกมาดัชนีความมีเสน่ห์ของคุณจะพุ่งปรี๊ด หากเป็นผู้หญิงที่มีรสนิยมเวลาไปคลับต้องพกน้ำหอมไว้ข้างกายเสมอ

5.ลูกอมรสมิ้นต์
พกลูกอมมิ้นที่ช่วยกำจัดกลิ่นแอลกอฮอล์ที่หลงเหลือในปากเราไว้ลองเลือกมิ้นหวานๆกลิ่นพีชหรือไม่ก็กลิ่นช็อคโกแลต เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะได้พบเจอใครบ้างในคลับ

จัดกระเป๋าความงามยามเดินทาง

1 แบ่งพื้นที่ในกระเป๋าเป็น 3 ส่วน
กระเป๋าเครื่องสำอางที่มีช่องเดียวนั้นเวลาใส่เครื่องสำอางค์ทั้งหมดไว้รวมกันเพราะจะหยิบมาใช้ก็ลำบาก อีกทั้งยังมีโอกาสที่เครื่องสำอางจะแตกหักได้อีกด้วย แต่ถ้าแบ่งไว้ 3 ส่วนได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า ก็ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องสำอางที่มีน้ำหรือส่วนประกอบจะเสียหาย

2 ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ยามฉุกเฉิน
เวลาเดินทางในหน้าร้อน สเปรย์กำจัดยุงหรือเครื่องสำอางที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นชนิดเจลและมิสต์นั้นเป็นสิ่งจำเป็น การเดินทางในหน้าหนาวนั้นต้องเตรียมครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์และบอดี้บัตเตอร์ เวลาที่เดินมากๆก็อาจเกิดรอยข่วนที่เท้าได้ จึงต้องเตรียมขี้ผึ้งสมานแผลไปด้วย เวลาเดินทางโดยเครื่องบินนานๆเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอาศหลุดลอกออกมา หรือสิวอาจจะขึ้นก็ได้ จึงห้ามลืมเอกซ์โฟลิเอเตอร์เด็ดขาดเด็ดขาด

3 สิ่งเสริมความงามบนเครื่องบิน
บนเครื่องบินพื้นที่พิเศษที่มีความแห้งและความต่างของอุณหภูมิมากที่สุด อย่าละเลยดูแลผิว ทั้งมิสต์ ลิปบาล์ม และ แฮนด์ครีม สวนน้ำหอมกลิ่นแรงๆอาจรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกายที่มีกลิ่นอ่อนๆ และห้ามบอกว่าไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าตอนนั่งอยู่บนเครื่อง ให้แต่งเมคอัพเบสให้น้อยที่สุดโดยใช้ทินมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา แล้วเลือกแต่งดวงตา แก้ม หรือริมฝีปาก ส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างเบาเบาๆสไตล์เจ็ตเซตที่แต่งน้อยๆ

4 ใช้เวลาสบายๆกับเครื่องสำอางสำหรับสปา
การตีฟองในอ่างอาบน้ำหรือการทำสปาอโรม่าที่บ้านนั้นแสนจะยุ่งยาก แต่ถ้าไปเที่ยวแล้วไม่ได้ทำสปาและก็ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย นอกจากจะหาโอกาสเพลิดเพลินแบบสุดๆกับบรรยากาศแปลกตาแล้ว ต้องเตรียมเครื่องสำอางสำหรับทำสปาที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจให้หายเหนื่อยล้าได้ อย่าลืมเตรียมแฮร์มาสก์สำหรับเส้นผมที่ถูกรังสี UV ทำร้ายไปด้วย

จัดกระเป๋าใบน้อยไว้ใช้ในยามเดินทาง

– ลิปพาเล็ตต์
ที่มีสีลิปสติกที่ใช้บ่อยๆ 2 3 สี

– ครีมกันแดด
เตรียมครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ

– อายรีมูฟเวอร์
ลบเครื่องสำอางบริเวณดวงตาให้สะอาดอยู่เสมอ ผิวรอบดวงตาจะได้ไม่เปลี่ยนสี

– อายไลเนอร์แบบเบจ
ถ้าใช้อายไลเนอร์แบบกันน้ำที่ไม่เปรอะเปื้อนไม่ว่าจะไปเล่นน้ำที่ไหนดวงตาก็จะดูสดใสอยู่เสมอ

– แปรงหวีผม
เตรียมไว้ใช้หวีผมนั่นแน่นอนอยู่แล้ว แต่แปรงจัดแต่งทรงผมก็จำเป็นเหมือนกัน

– แปรงแต่งหน้า
ถ้าอยากแต่งหน้าให้ดูแวววาวอย่างเป็นธรรมชาติ ให้หันมาใช้แปรงแทนทับกันดีกว่า ต้องเตรียมแปลงทาแป้งและแปรงทาอายแชโดว์ไปด้วย

– มาคารา
ถ้าแต่งหน้าแบบจัดเต็มเวลาไปเที่ยวจะทำให้ดูบ้านนอกได้ มาโชว์ผิวธรรมชาติให้โดดเด่นแล้วใช้เพียงมาสคาร่า

– เจลว่านหางจระเข้
เวลาเดินทางถ้าผิวไม่ขึ้นมาแทนที่จะใช้เครื่องสำอางที่อ้างสรรพคุณในการบรรเทาอาการแสบร้อนของผิว ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผิวไหม้โดยตรงอย่างเจลว่านหางจระเข้

– มิสต์ว่านหางจระเข้
ในช่วงหน้าร้อนพ่นตามร่างกายด้วยมิสต์ที่มีส่วนประกอบของว่านหางจระเข้ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการแสบร้อน ให้ทั่วหนังศีรษะและใบหน้าที่ร้อนหรือไหม้เพราะแสงแดด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

ลีคยองมิน : เขียน; ชนามาศ เพ็งสมบูรณ์: อยากสวยต้องกล้าแต่ง : แปล จาก My sweet makeup recipes อยากสวยต้องกล้าแต่ง : กรุงเทพฯ : Steps อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2558.