กิมจิ ( Kimchi )

กิมจิ ( Kimchi )
กิมจิสามารถทานได้กับอาหารหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีโปรไบโอติกที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

กิมจิ

กิมจิ Kimchi ( 김치, MC: gimchi, MR: kimch’i ชิมเช ) คือ วิธีการถนอมอาหารด้วยการหมักพริกสีแดงและผักต่าง ๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว เป็นอาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ซึ่งนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวย ซุป ข้าวผัด สตู บะหมี่ มาม่า จนถึงพิซซาและเบอร์เกอร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด เปรี้ยว และมีกลิ่นฉุน กิมจิอุดมด้วยวิตามิน ช่วยในการย่อยอาหาร

ประโยชน์ของกิมจิ

1. อุดมไปด้วย โปรไบโอติก ( Probiotics ) และแลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus ) ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการขับถ่ายดีขึ้น
2. สามารถลดระดับไขมัน LDL และ Cholesterol ได้
3. มีวิตามินเอ ช่วยเรื่องการมองเห็น
4. วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และ Selenium ซึ่งกระตุ้น Glutatione ทำให้ผิวพรรณ
5. ป้องกันมะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้เล็ก หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่
6. ช่วยให้ดูอ่อนวัย และช่วยต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidants ) อีกด้วย
7. มีไฟเบอร์สูงช่วยลดน้ำหนัก
8. มีสารแคปไซซิน ( Capsiaicin ) ในพริก ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
8. ป้องกันการเกิดโรคกระเพาะอาหาร
9. ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
10. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

คุณค่าทางโภชนาการของกิมจิ

กิมจิ ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 30 แคลอรี่

สารอาหาร ปริมาณสารอาหารที่ได้รับ
ไขมัน 0.1 กรัม
โซเดียม  277 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 853 มิลลิกรัม
คาร์โบโฮเดรต 5.7 กรัม
ใยอาหาร 3.1 กรัม
น้ำตาล 1.3 กรัม
โปรตีน 1.6 กรัม
วิตามินบี6 5 เปอร์เซ็นต์
วิตามินเอ 4 เปอร์เซ็นต์
แคลเซียม 5 เปอร์เซ็นต์
ไนอาซิน 1 เปอร์เซ็นต์
วิตามินเค 157 เปอร์เซ็นต์
ฟอสฟอรัส 4 เปอร์เซ็นต์
วิตามินซี  1 เปอร์เซ็นต์
แมกนีเซียม 3 เปอร์เซ็นต์
โรไบพลาวิน 2 เปอร์เซ็นต์
สังกะสี 1 เปอร์เซ็นต์
เหล็ก 3 เปอร์เซ็นต์

วิธีทำกิมจิเกาหลีง่าย ๆ

สูตรกิมจิ และวิธีการทำกิมจิผักกาดขาว และผักต่าง ๆ

ส่วนผสม กิมจิ

  • ผักกาดขาว ขนาดใหญ่ 5-6 หัว
  • น้ำเกลือ ( ใส่เกลือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่าประมาณ 1/2 ของอ่างผสมคนจนละลาย )
  • เกลือ 2-3 ถ้วย
  • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 3-4 ถ้วย
  • หัวไชเท้า 2-3 หัว
  • แครอท 1 หัว
  • ต้นหอม 2 กำ
  • กุยช่าย 1 กำ
  • กระเทียม กลีบใหญ่ 10-12 กลีบ
  • ขิง 1 แง่งเล็ก
  • หอมหัวใหญ่ 1/2 หัว
  • แอปเปิล 1/2 ลูก
  • สาลี่เกาหลี 1/2 ลูก
  • น้ำปลา 1 ถ้วย
  • พริกเกาหลี ชนิดหยาบ 1-2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

การทำกิมจิ

1. ผ่าหัวผักกาดขาวแบ่งครึ่ง ล้างน้ำให้สะอาด โรยเกลือในแต่ละชั้นของผักกาดจนครบทุกชั้นแล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือ พักไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และต้องคอยกลับผักทุก 1 ชั่วโมง พอครบเวลานำผักมาล้างน้ำให้สะอาด 3 ครั้ง บีบน้ำออกให้แห้ง และพักผักไว้ในตะกร้า
2. นำแป้งข้าวเหนียวและน้ำผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟปานกลาง คนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ส่วนผสมติดก้นและจับกันเป็นก้อน พอเริ่มร้อนให้ลดไฟลง พอแป้งเริ่มเหนียวใส่น้ำตาลทราย เร่งไฟเล็กน้อยเพื่อให้แป้งที่กวนขึ้นเงา ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
3. หั่นหัวไชเท้าเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และแครอทเป็นเส้นยาวขนาดกว้างประมาณ 1/2 เซนติเมตร หั่นต้นหอมและใบกุยช่าย ยาว 2 นิ้ว
4. นำกระเทียม ขิง หอมหัวใหญ่ แอปเปิล สาลี่เกาหลี ปอกเปลือกและหั่นใส่ลงในที่ปั่น ปั่นให้ละเอียด เทลงในอ่างผสม ตามด้วยแป้งข้าวเหนียวที่เตรียมไว้
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและพริกเกาหลี จากนั้นใส่หัวไชเท้า แครอท ต้นหอม และใบกุยช่ายที่หั่นไว้ลงไปผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
6. นำผักกาดขาวที่พักไว้มาทาซอสกิมจิให้ทั่ว เรียงใส่ในภาชนะ ถ้าต้องการให้กิมจิมีรสเปรี้ยวให้หมักนอกตู้เย็น 1 คืน แต่ถ้าไม่ชอบรสเปรี้ยวให้นำไปแช่ในตู้เย็น ประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าอยากให้อร่อยต้องหมักประมาณ 2 เดือนขึ้นไป

เมนูกิมจิ

  • ซุปกิมจิ
  • ข้าวผัดกิมจิ
  • กิมจิผัดไข่
  • อุด้งผัดกิมจิ
  • มาม่าผัดกิมจิ
  • ลาซานญ่าเกี๊ยวกิมจิ
  • พิซซ่ากิมจิ
  • เต้าหู้ผัดกิมจิ
  • หมูผัดกิมจิ
  • กิมจิออมเล็ต
  • เต้าหู้ทรงเครื่องกิมจิ
  • วุ้นเส้นผัดกิมจิ

กิมจิสามารถทานได้หลากหลายรูปแบบ ทานเป็นเครื่องเคียงอาหาร นำมาทำข้าวผัด นำมาทำซุป หรือ พิซซ่า มาม่า ก็ยังได้ กิมจิยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์ อย่าลืมหากิมจิหรือลองทำกิมจิติดบ้านกันไว้ทานกันนะคะ