มะเร็ง คุณรู้จักดีแล้วหรือ ?

มะเร็ง คุณรู้จักดีแล้วหรือ
มะเร็งเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ร่างกายได้รับเข้าไปแบบไม่รู้ตัว

มะเร็งคืออะไร ?

เมื่อพูดถึง มะเร็ง เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันดีว่ามะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง แต่ละปีจะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคนี้ประมาณ 60,000 กว่าคน ชนิดมะเร็งที่มักพบในผู้หญิง คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ส่วนผู้ชาย มะเร็งปอด มะเร็งตับ ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่สูญเสียคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดด้วยโรคมะเร็ง ถามว่าเคยคิดไหมว่าคนรอบตัวจะเป็นป่วยและเสียชีวิตด้วยนี้ ตอบตรงๆ เลยนะว่าไม่เคยคิด ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะดิฉันคิดว่าครอบครัวไม่มีความเสี่ยงที่น่าจะเป็นมะเร็งได้เลย ก็เพราะดิฉันเป็นคนต่างจังหวัดมีอาชีพเกษตรกรรม พูดง่ายๆ ก็คือทำสวนค่ะ ชีวิตตื่นเช้ามาก็กินข้าว เข้าสวนทำงาน แดดร้อนก็พักหลบใต้ร่มไม้ เย็นกลับเข้าบ้านอาบน้ำนอน อาหารการกินก็เก็บผักแถวบ้าน เนื้อสัตว์ก็ออกไปซื้อเอาตามตลาดนัด รอบบ้านมีต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์อย่างที่คนเมืองกรุงเรียกกัน แล้วคุณคิดว่าคนที่ดำรงชีวิตอย่างนี้น่าจะป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือเปล่า?

หลายคนคิดว่าถ้าอยู่แบบนี้แล้วยังเป็น มะเร็ง คนในเมืองก็คงเป็นกันทุกคนแล้ว แต่มันไม่เป็นแบบนั้นสิคะ เพราะว่าคนในครอบครัวดิฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งกันหลายคนทีเดียว แถมคนที่ป่วยยังเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตอนแรกดิฉันก็มีความเชื่อเหมือนคนทั่วไปว่ามะเร็งปอด มะเร็งตับเกิดจากการกินเหล้ามาก เกิดจากการสูบบุหรี่จัด แล้วทำไมคนที่ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ถึงเป็นมะเร็งได้นะ?

มะเร็งที่พบบ่อยในเพศหญิง
– มะเร็งเต้านม
– มะเร็งปากมดลูก
– มะเร็งตับ
– มะเร็งปอด
– มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย
– มะเร็งตับและท่อน้ำดี
– มะเร็งปอด
– มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
– มะเร็งต่อมลูกหมาก
– มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

สาเหตุการเกิด มะเร็ง

ด้วยที่ว่าคนใกล้ตัวหลายคนต้องรักษาตัวจากโรคมะเร็งปากมดลูก เราก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มาโดยปริยายว่าสาเหตุการเกิด มะเร็ง มีอยู่ด้วยกัน 2 ปัจจัย คือ

1.ปัจจัยภายนอก หมายถึง สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราหรือของที่รับเข้าสู่ร่างกายจากภายนอกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่รับประทานเข้าไป อากาศที่เราสูดดม ยารักษาโรค เครื่องดื่ม สิ่งเหล่านี้จัดเป็นปัจจัยภายนอกทั้งหมดที่อาจจะเป็นสาเหตุในการเกิดโรคมะเร็งได้

2.ปัจจัยภายใน หมายถึง ความผิดปกติที่ถ่ายทอดมาทางพันธุ์กรรม การถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก ความบกพร่องเกี่ยวกับระบบคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั่งแต่กำเนิด

เชื่อมั้ยว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งมากถึง 90% ส่วนปัจจัยภายในนั้นมีผลเพียงแค่ 5% เท่านั้น แบบนี้ถึงคนที่ไม่มีพันธุกรรมที่ผิดปกติก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ แต่มันก็ยังไม่ได้ช่วยแก้ข้อสงสัยของดิฉันได้เลยว่า  ทำไมคนที่บ้านถึงเป็น มะเร็ง ได้ ดิฉันก็เลยมาสังเกตสิ่งรอบตัวว่าอะไรบ้างที่น่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ถึงกับต้องตกใจและแปลกใจมากทีเดียว เพราะว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวในการทำสวนนั้นล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ สิ่งเหล่านั้นคือ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ยเคมี ยาเร่งดอก ยาเร่งใบ ที่เราใช้อยู่ทุกวันในการทำสวน เวลาที่ทำการผสมยาเพื่อทำการฉีดพ่นก็ไม่ใส่ถุงมือ มือก็ต้องสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง เวลาที่ฉีดพ่นก็ไม่สวมหน้ากากกันสารเคมี เมื่อฉีดพ่นแล้วละอองยาก็ยังอบอวนอยู่รอบตัวตลอดเวลา และยังสะสมอยู่บนผักที่เราเก็บมากินด้วย เวลาใส่ปุ๋ยก็ใช้มือหยิบปุ๋ยโรยไปบนพื้นดิน สารเคมีย่อมซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง ดิฉันถึงกับตกใจมากกับสิ่งที่รับรู้ เจ้ายาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่มาก ที่เป็นสารดูดซึมมีผลต่อการทำลายระบบประสาทของสัตว์เมื่อได้รับในปริมาณมากก็จะตาย ซึ่งมันก็มีอันตรายกับมนุษย์เราเช่นเดียวกัน เพียงแต่เราตัวโตกว่าผลที่ได้รับจึงเป็นแค่การสะสมในร่างกายไม่ถึงกับตายในทันที แต่เมื่อมันสะสมในร่างกายนานๆเข้า สารเคมีก็จะเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ในร่างกาย จนเซลล์เกิดความผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด แล้วคนในสังคมเมืองที่ต้องอยู่กับมลพิษทั้งควันรถ ฝุ่นละออง สารเคมีจากอุตสาหกรรมทั้งเล็กทั้งใหญ่ คนที่ทำงานกับรังสีสารเคมีจะมีโอกาสเป็น มะเร็ง ได้มากกว่าคนบ้านนอกอย่างดิฉันกี่เท่ากัน

นี่เป็นแค่ส่วนน้อยที่ทำให้เกิดมะเร็งนะ ยังไม่นับรวมกับคนที่ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด คนพวกนี้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับของพวกนี้ เพราะเหล้า บุหรี่ เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ดีมากที่สุด

แต่เอ๋! เวลาที่ไปหาหมอ คุณหมอไม่ได้บอกว่าเป็นมะเร็งนะ แต่บอกว่าเป็นก้อนเนื้อขอเอาไปตรวจก่อน ตรวจเสร็จบางทีก็บอกว่าเป็น มะเร็ง บางทีก็บอกว่าเป็นเนื้องอกบ้างล่ะ สงสัยกันไหม? ดิฉันเองก็สงสัยค่ะ เลยถามคุณหมอที่รักษาว่ามันคืออะไร คุณหมอก็อธิบายให้ฟังยาวเยียดเลย สรุปเอาใจความง่ายก็คือ ร่างกายของเรามีการสร้างเซลล์ขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่ตายไปอยู่ตลอดเวลา เช่น เวลาที่เราเป็นแผลเนื้อหลุดไป เรารักษาทายาสักพักเนื้อก็จะกลับมาเต็มเหมือนเดิม นั่นคือเซลล์บริเวณนั้นมีการสร้างขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่หลุดไป เมื่อสร้างมาทดแทนจนครบปริมาณที่หายไปก็จะร่างกายก็หยุดสร้างเพิ่มทันที เมื่อครบร่างกายก็จะมีคำสั่งให้หยุดสร้างทันที การสร้างเซลล์ก็จะหยุดทันทีไม่มีการสร้างต่อ แต่ถ้าร่างกายสั่งให้หยุดแล้วยังมีการสร้างเซลล์ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด ส่วนที่เกินมานี่แหละที่เรียกว่าเนื้องอก ที่พูดถึงมานี่คือแผลภายนอก ลองนึกว่ามันเกิดขึ้นภายในร่างกายของเราสิ เซลล์ที่ยื่นออกมาภายในเราเรียกว่า “ เนื้องอก ” เจ้าเนื้องอกนี่มีอยู่ 2 ชนิดค่ะ มีชนิดที่ไม่เป็นอันตรายเรียกว่า “เนื้องอกธรรมดา” กับชนิดที่เป็นอันตรายเรียกว่า “ เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง ”

1.เนื้องอกธรรมดา ( Benign Tumor ) คือเนื้อที่งอกออกมาเป็นก้อน ใช้ระยะเวลาในการแบ่งตัวหรือเจริญเติบโตเป็นเวลานานมากกว่าจะสร้างความเสียหายให้กับร่างกายและเติบโตอยู่ที่เดียวไม่มีการแพร่ขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายทั้งที่อยู่ใกล้เคียงและส่วนที่ห่างออกไป เนื้องอกชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มีข้อแม้นะ ว่ามันต้องไม่เจริญเติบโตไปทับอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท เพราะว่าถ้ามีการเติบโตไปทับอวัยวะสำคัญก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
2.เนื้องอกที่เป็นอันตราย ( Malignant หรือ Cancerous Tumor ) หรือ ” เนื้อร้าย “ หรือที่เรามักเรียกว่า “ เซลล์มะเร็ง ” เป็นเนื้องอกที่มีการเจริญเติบโตแบบไร้ขีดจำกัดเช่นเดียวกัน มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก เนื้องอกชนิดนี้สามารถแพร่กระจายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ตลอดเวลาและสามารถแพร่ไปได้ทั่วร่างกาย ทั้งที่อยู่ใกล้เคียงหรือห่างไกลโดยอาศัยการกระจายตัวไปตามกระแสเลือด เรียกว่าเลือดไปถึงไหนเซลล์ มะเร็ง ก็ไปถึงที่นั่นด้วย เจ้าเนื้อนี่มันร้ายสมชื่อจริงๆ เพราะไม่ว่ามันจะอยู่ตรงไหนมันจะทำลายเซลล์ดีๆ ที่อยู่ข้างเคียงทั้งหมด ทำให้เราร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย หนักที่สุดก็เสียชีวิต

การตรวจก็ตัดชิ้นเนื้อที่งอกออกมาไปตรวจว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเนื้องอกธรรมดา ถ้าเป็นเนื้องอกธรรมดาแค่ตัดทิ้งก็จบข่าวไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่ถ้าเป็นเนื้อร้ายที่นี้ก็ต้องมาดูว่าเป็นระยะไหน ต้องทำการรักษาอย่างไร ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการตรวจหาและรักษา มะเร็ง อย่างได้ผลมากมาย ทั้งการตรวจในระยะแรกเริ่มของเซลล์มะเร็งทำให้รักษาได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถรักษาได้ก่อนที่เซลล์มะเร็งจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่น

มะเร็ง อาจไม่ใช่โรคที่น่ากลัวอีกต่อไปถ้าเรารู้วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้อยู่ห่างจากปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดิฉันเองก็ถอยห่างจากปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้ที่บ้านใช้สารที่หมักจากธรรมชาติในการไล่ศัตรูพืช ปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มาจากมูลสัตว์ หญ้าก็ใช้วิธีการถอนกับตัดแทนการฉีดยาฆ่าหญ้า เป็นเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อร่างกายตนเองแถมยังขายได้ราคาดีด้วยนะ แบบนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ไม่เสี่ยงกับการเป็นโรคมะเร็งและครอบครัวก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

Content by Amprohealth

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม