โรคมะเร็งที่พบบ่อย 6 อันดับแรกของโลก

โรคมะเร็งที่พบบ่อย 6 อันดับแรกของโลก
ชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อยในแต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากประชากรในแต่ละประเทศ มีการดำรงชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งต่างๆ ที่ต่างกันออกไป

โรคมะเร็งที่พบบ่อย 6 อันดับแรกของโลก

โรคมะเร็ง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอวัยวะในร่างกายของมนุษย์เรา ผู้ป่วยต่างๆจากทั่วโลกก็เป็นมะเร็งแตกต่างชนิดกันออกไป เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ หรือ มะเร็งสมอง เป็นต้น ชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อยใน แต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากประชากรในแต่ละประเทศ มีการดำรงชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งต่างๆ ที่ต่างกันออกไป ทั้งการบริโภคอาหาร วิถีการดำเนินชีวิต สารเคมีหรือรังสีที่ได้รับ คุณสมบัติทางพันธุกรรม เป็นต้น

แต่ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็งจากทั่วทุกมุมโลก ก็สามารถเรียงลำดับของชนิดโรคมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด 6 อันดับแรกของโลก คือ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก เรียงตามลำดับกันไป ซึ่งแต่ละชนิด ก็ล้วนแต่เป็นชนิดที่รู้จักกันดี และเป็นชนิดที่มีจำนวนของผู้ป่วยในปริมาณที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย

โรคมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด 6 อันดับแรกของโลก คือ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก

10 อันดับชนิดโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยๆในประเทศไทย

นอกจากข้อมูลทางสถิติที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกแล้ว ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ 10 อันดับชนิดโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยๆในประเทศไทย โดยสามารถแบ่งตามเพศหญิงและชายได้ดังต่อไปนี้

10 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย
ลำดับ เพศชาย เพศหญิง
1 มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก
2 มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม
3 มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ
4 มะเร็งช่องปาก มะเร็งปอด
5 มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ใหญ่
6 มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งรังไข่
7 มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งช่องปาก
8 มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมธัยรอยด์
9 มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งกระเพาะอาหาร
10 มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปากมดลูก

จากข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งของประเทศไทย จะพบได้ว่ามีอัตราการเกิดโรคมะเร็งตับได้มากที่สุดในเพศชาย ส่วนเพศหญิงพบว่ามีอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

โรคมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อ ที่สามารถแพร่กระจายติดจากคนสู่คนได้ แต่โรคมะเร็งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่ผิดหลักโภชนาการ รวมถึงสภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวด้วย ซึ่งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทที่สำคัญ ดังข้อมูลต่อไปนี้

1. เกิดจากสิ่งแวดล้อม หรือปัจจัยภายนอกร่างกาย

จากข้อมูลทางด้านต่างๆพบว่า ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม หรือปัจจัยภายนอกร่างกาย เป็นสาเหตุหลักในปัจจุบันที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆในมนุษย์ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นตัวการหลักอย่างหนึ่งทำให้เกิดเชื้อมะเร็งได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายๆสิ่งดังนี้

1.1 สารปนเปื้อน ในแต่ละวันร่างกายของเราอาจได้รับสารปนเปื้อนชนิดต่างๆ โดยที่ไม่รู้ตัวเลย โดยอาจจะมาจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มต่างๆในแต่ละวัน เช่น สารพิษจากเชื้อราที่มีชื่อว่า อัลฟาทอกซิน ( Alfatoxin ) การทานผักหรือผลไม้ที่มีสารจากยาฆ่าแมลงตกค้าง การทานอาหารปิ้งย่างรวมถึงอาหารที่ไหม้เกรียม ที่มักมีสารไฮโดรคาร์บอน ( Hydrocarbon ) สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการถนอมอาหารชื่อไนโตรซามิน ( Nitosamine ) และในอาหารบางชนิดอาจมีการใช้สีผสมอาหารที่มาจากสีย้อมผ้า เป็นต้น ซึ่งสารปนเปื้อนต่างๆเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสารในการก่อโรคมะเร็งทั้งสิ้น

1.2 รังสี ผลกระทบที่อาจจะได้รับจากรังสีคือ การอยู่ในบริเวณกลางแจ้ง ที่มีแดดจัดๆเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด ปริมาณมากเกินไป จึงอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ หรือ ผู้ที่ใกล้ชิดหรือทำงานในห้อง เอ็กซเรย์ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้เช่นกัน

1.3 เชื้อไวรัส ในไวรัสบางชนิดมีผลต่อการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งสามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งในตับได้

1.4 การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ในตับ เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งของท่อน้ำดีได้ โดยพยาธิใบไม้ในตับเกิดได้จากการทานอาหารที่มีปรสิต ที่พบได้มากในปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว เป็นต้น เข้าไปปริมาณที่มากจนเกิดการติดเชื้อเกิดขึ้น

1.5 พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เกิดจากสิ่งต่างๆในการใช้ชีวิตประจำวันเช่น การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การทานอาหารที่ผิดหลักโภชนาการ อาหารไขมันสูง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งทั้งสิ้น

2. เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย

ความผิดปกติภายในร่างกายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ แต่ก็เป็นในอัตราส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสภาวะทางสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยทางด้านร่างกาย เช่น เด็กที่มีความพิการมาแต่กำเนิด จะมีอัตราเสี่ยงการเป็น มะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงกว่าคนปกติ หรือ การมีภูมิคุ้นกันที่บกพร่อง เช่น การขาดวิตามินบางชนิด อย่าง วิตามินเอ วิตามินซี ก็เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ไปกระตุ้นให้เกิดโคมะเร็งชนิดต่างๆได้เหมือนกัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ?

เมื่อรู้กันแล้วว่าโรคมะเร็งมีความรุนแรงและน่ากลัวแค่ไหน ดังนั้นหลายคนจึงเริ่มมีความสงสัยกันว่า ตัวเราเองเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง โดยส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้

1. สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้มากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด ที่ในแต่ละปี จะมีผู้ที่สูบบุหรี่ป่วยเป็นโรคนี้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งชนิดอื่นๆได้อีก เช่น มะเร็งกล่องเสียง เป็นต้น

2. ดื่มสุราเป็นประจำ หากผู้ใดที่ชอบดื่มสุราอยู่เป็นประจำบ่อยๆ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับ ในอัตราที่สูงกว่าคนปกติ นอกจากนี้หากดื่มทั้งสุราประกอบกันการสูบบุหรี่จัดด้วย ก็ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคมะเร็งอย่างเช่น มะเร็งที่ปาก หรือ มะเร็งในลำคอ ได้อีกด้วย

3. เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี หรือชอบรับประทานอาหารที่มีสาร อัลฟาทอกซิล สารอัลฟาทอกซิล เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่พบได้มากในถั่วลิสง พริกป่นแห้ง หากทานอาหารชนิดที่มีสารปนเปื้อนเข้าไปบ่อยๆ จะไปทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ หรืออาจลุกลามเป็นมะเร็งตับได้ด้วย ส่วนกรณีที่ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี หากเป็นเรื้อรัง ก็มีโอกาสจะพัฒนากลายเป็นโรคมะเร็งได้เช่นกัน ดังนั้น การป้องกันมะเร็งตับ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสาร อัลฟาทอกซิล รวมถึงควรการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เอาไว้ด้วย

4. รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง บ่อยๆเป็นประจำ เป็นตัวการอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

5. มีเชื้อพยาธิใบไม้ในตับและรับประทานอาหารที่ใส่ดินประสิว การทานอาหารที่ไม่สะอาดมีเชื้อพยาธิใบไม้หรือ อาหารที่มีส่วนผสมของดินประสิวในปริมาณมาก จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งท่อ น้ำดี ซึ่งอาหารที่นิยมใส่ดินประสิวและควรหลีกเลี่ยงได้แก่ เนื้อเค็ม ปลาเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน แหนม เนื้อสวรรค์ ปลาร้า เป็นต้น

6. มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอันเกิดจากความผิดปกติจากพันธุกรรม หรือติดเชื้อ HIV สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ HIV จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของตนเองบกพร่อง ซึ่งก็ทำให้มีโอกาสเกิดโรคต่างๆได้มากขึ้นตามไปด้วย มะเร็งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจเกิดได้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV สำหรับมะเร็งที่พบได้บ่อยๆในผู้ติดเชื้อ HIV คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งหลอดเลือด เป็นต้น

7. รับประทานอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีส่วนไหม้เกรียม ผู้ที่ชอบทานอาหารรสเค็มจัดหรือชอบทานอาหารไหม้เกรียม โดยเฉพาะอาหารปิ้งย่าง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวกระตุ้นในการเกิดโรคมะเร็งทั้งสิ้น โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

8. คนในครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคมะเร็ง มะเร็งอาจไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน แต่มะเร็งบางชนิดสามารถถ่ายทอดผ่านทางยีนต์ของมนุษย์ได้เหมือนกัน เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดที่เป็นติ่งเนื้อ เป็นต้น หากคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องเคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง คนที่อยู่ในครอบครัวนั้นก็อาจจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากว่าครอบครัวที่ไม่มีบุคคลใดเคยป่วยเป็นมะเร็งมาก่อน

9. ตากแดดจัดเป็นประจำ ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือต้องตากแดดอยู่เป็นประจำบ่อยๆ และอยู่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้มากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนัง จากการได้รับอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต นั้นเอง

จากข้อมูลจากข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเกิดโรคมะเร็งในส่วนใหญ่ จะมีปัจจัยและสาเหตุหลักๆมาจาก สิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอกร่างกาย อย่างเช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต สภาพสังคมแวดล้อม รวมถึงการรับประทานอาหารต่างๆ ล้วนแต่ เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันโรคมะเร็งที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดสำหรับตัวเราเองก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น และต้องพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่เป็นตัวก่อสารมะเร็ง เช่น ควรงดดื่มสุรา งดสูบบุหรี่ เลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีมลพิษสูง เป็นต้น และหากมีความจำเป็นต้องอยู่กับปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ควรไปปรึกษาและพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตนเองให้บ่อยขึ้น เพราะหากรู้ว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกๆ ก็สามารถที่จะรักษาให้หายเป็นปกติได้นั้นเอง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์. รู้ก่อนเข้าใจการตรวจรักษามะเร็ง. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.

WHO (October 2010). Cancer. World Health Organization. Retrieved 5 January 2011.