เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรให้สนุกและปลอดภัย 2019

สรงน้ำพระตามประเพณีสงกรานต์ด้วยน้ำอบลอยด้วยดอกไม้หอมหลากหลายชนิด
สรงน้ำพระตามประเพณีสงกรานต์ด้วยน้ำอบลอยด้วยดอกไม้หอมหลากหลายชนิด

สงกรานต์

เดือนเมษายนเป็นเดือนที่คนไทยทั้งประเทศต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเป็นเดือนที่มีเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาล สงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเรา เป็นวันที่ครอบครัวคนไทยส่วนมากจะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ลูกหลานที่ทำงานไกลบ้านเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ก็จะเดินทางกลับบ้าน เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ทรงคุณค่า สะท้อนวิถีปฏิบัติอันงดงามของไทย ด้วยการทำบุญ ตักบาตร เข้าวัด ฟังเทศน์ การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ แสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ การเล่นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง พบปะญาติพี่น้องที่ต้องอยู่ห่างไกล เรียกว่าเป็นวันรวมญาติก็ว่าได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับเทศกาลนี้ก็คือ การเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบโดยเฉพาะวัยรุ่นคนหนุ่มสาว ที่อยากจะเล่นน้ำเพื่อคลายความร้อนเพิ่มความชุ่มช่ำทั้งกายและใจให้กับตัวเองและคนรอบข้าง แต่ทว่าการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักด้วยเช่นกัน ซึ่งปีนี้มีแนวทางในการจัดกิจกรรมภาพรวมของประเทศ 3 แนวทาง 14 ด้านในปี2562 มีดังนี้

1. การรณรงค์จัด “สงกรานต์แบบไทย” ได้แก่
1.1 ส่งเสริมให้จังหวัดต่างๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและร่วมกันสืบสานประเพณีต่างๆ เน้นวิถีวัฒนธรรมชูเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น
1.2 ขอความร่วมมือจากประชาชนในการสืบสานคุณค่าสาระและสิ่งที่ควรทำของประเพณี สงกรานต์แบบไทย เช่น ทำความสะอาดบ้านเรือน วัด สถานที่สาธารณะ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ เล่นน้ำอย่างพองาม
1.3 รณรงค์ให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพ ใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น หรือชุดไทยย้อนยุคเข้าร่วมงาน
1.4 ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและประชาชน ในการจัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยจัดให้มีการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สายด่วนวัฒนธรรม ๑๗๖๕
2. การรณรงค์ “ใช้น้ำคุ้มค่า” ได้แก่
2.1 ขอความร่วมมือสืบสานประเพณีอย่างมีวัฒนธรรม เพื่อใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าสูงสุด ขอความร่วมมืองดใช้รถบรรทุกตระเวนสาดน้ำในพื้นที่ต่างๆ กำหนดระยะเวลาการเล่นน้ำ ให้เลิกเล่นน้ำในเวลาที่กำหนด ห้ามใช้แป้งและสีต่างๆ มาเล่น
2.2 ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัยและประหยัดน้ำ เช่น ขันขนาดเล็ก ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เล่นน้ำอย่างสุภาพ
2.3 ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและน้ำสะอาดเพื่อสุขอนามัย และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนน้ำ
3. การรณรงค์ “ทุกชีวาปลอดภัย” ได้แก่
3.1 ขอความร่วมมือภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สถานบันเทิง ผู้จัดกิจกรรม กำหนดเวลาเปิด-ปิด จัดกิจกรรมและงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด     


3.2 ควบคุมและรณรงค์ผู้ใช้รถโดยใช้มาตรการเมาไม่ขับ ปลอดแอลกอฮอล์ และมีน้ำใจให้แก่กันในการใช้รถใช้ถนน และพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมให้แจ้งหน่วยงานหรือศูนย์รับแจ้งเหตุของหน่วยงานต่างๆ
3.3 มาตรการเข้ม ลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน ถนน และยานพาหนะ และมาตรการด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ความปลอดภัยทางน้ำ-ทางเรือ และหลังเกิดอุบัติเหตุ ควบคุมความเร็วการใช้รถให้ใช้รถใช้ถนนอย่างเคร่งครัด
3.4 กิจกรรมส่งคนกลับบ้าน อำนวยความสะดวกในการเดินทาง การตรวจความพร้อมของผู้ขับรถสาธารณะ ควบคุมและตรวจจับความเร็วของรถบริการสาธารณะด้วยระบบ GPS และเฝ้าระวังยานพาหนะต่างๆ ศูนย์บริการตรวจสภาพรถฟรี รวมถึงมีศูนย์รับแจ้งเหตุร้องเรียนการใช้รถใช้ถนนโดยกรมการขนส่งทางบก และจุดบริการพักรถระหว่างการเดินทางเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล
3.5 สถานที่ที่จัดงานต่างๆ ต้องมีมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
3.6 การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เช่น พ.ร.บ.การจราจรทางบก
3.7 มีศูนย์แจ้งเตือนภัยสภาพอากาศตลอดช่วงเทศกาล

วิธีเล่นน้ำสงกรานต์ที่ทำให้คุณสนุกและปลอดภัยไร้กังวล

1.แต่งตัวมิดชิด

ด้วยอากาศที่ร้อนในช่วงวันสงกรานต์หลายคนจึงนิยมที่จะใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น ซึ่งการแต่งกายแบบนี้ไม่เหมาะกับการไปเล่นน้ำสงกรานต์เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเราไม่รู้ได้ว่าคนที่มาเล่นสงกรานต์กับเรานั้น เขาเป็นคนเช่นไร ดังนั้นการแต่งกายเพื่อไปเล่นน้ำสงกรานต์ควรแต่งกายให้มิดชิดไม่โป๊ และควรเลือกเสื้อผ้าที่มีสีเข้มมากกว่าสีอ่อน เพราะว่าเสื้อสีอ่อนเมื่อเปียกน้ำแล้ว จะสามารถมองทะลุเห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน

  • เสื้อมีแขน จะแขนสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ถ้าแขนยาวจะดีกว่าเพราะนอกจากจะช่วยป้องการการถูกลวนลามแล้ว ยังช่วงปกป้องผิวจากแสงแดดได้อีกด้วย ตัวเสื้อควรมีสีเข้มและมีความยาวคลุมสะโพกเพื่อเวลาที่เรายกแขนเพื่อสาดน้ำ ชายเสื้อจะได้ไม่ยกสูงจนเห็นสัดส่วนของเราได้
  • กางเกงขาไม่สั้นเกินไป ควรสวมกางเกงที่ยาวเหนือเข่าเล็กน้อยหรือกางเกงขายาวเพื่อปกปิดผิวขาจากสายผู้อื่น และช่วยป้องกันแสงแดดเช่นเดียวกับเสื้อแขนยาว ไม่ควรสวมกางเกงยีนส์ที่หนามากเพราะเวลาเปียกน้ำแล้ว กางเกงยีนส์จะหนักทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก

2.ใส่แว่นตา

สำหรับคนที่ไม่ได้ใส่แว่นสายตา เวลาที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ควรหาแว่นตาใส่ เช่น แว่นกันแดด แว่นแฟชั่น เป็นต้น แว่นตาจะช่วยป้องกันดวงตาจากลม แสงแดด น้ำและสิ่งสกปรกที่เราต้องเจอเวลาที่เล่นน้ำ ลดอาการเคืองตา   

3.เฮฮาเพื่อนฝูง

การออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ม่ควรไปเล่นเพียงลำพัง แต่ควรไปเล่นกันเป็นหมู่คณะเพื่อความปลอดภัยของตนเอง  เพราะว่าถ้าบุคคลที่ไม่หวังดีคิดจะทำร้ายหรือลวนลาม เมื่อเห็นว่าเรามีเพื่อนมาด้วยย่อมไม่กล้าที่จะอะไรนั่นเอง และการเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนหลาย ๆ คนก็สนุกกว่าการเล่นน้ำคนเดียวด้วย

4.พกแต่สิ่งของจำเป็น

การไปเล่นน้ำไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับที่มีราคาแพงหรือพกเงินเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้เราเป็นจุดสนใจของมิจฉาชีพได้ จึงควรพกแต่สิ่งของที่จำเป็น เช่น โทรทัพศ์ เงินเล็กน้อย นาฬิกา เป็นต้น และเก็บไว้ในถุงพลาสติกกันน้ำเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าอุปกรณ์เหล่านี้เปียกน้ำ

5.ปะแป้งแต่พอดี

การปะแป้งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการเล่นน้ำ การปะแป้งก็ควรปะแต่พอดีไม่มากจนเกินไป เพราะถ้าปะแป้งมากจนเข้าตา ปาก จมูกหรือหูของผู้อื่น อาจจะทำให้ผู้อื่นเกิดอาการบาดเจ็บได้ เช่น ตาแดง อาหารพิษ ผดผื่น เป็นต้น และควรให้แป้งที่มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะในการนำมาปะแป้งทั้งบนใบหน้าของตัวเองและผู้อื่น

6.เล่นด้วยน้ำสะอาด

น้ำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นสงกรานต์ เพราะเราต้องใช้น้ำในการสาดไปบนตัวผู้อื่นและเราเองก็ต้องโดนน้ำเช่นเดียวกัน ดังนั้นน้ำที่นำมาเล่นสงกรานต์ควรเป็นน้ำสะอาดที่ไม่มีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตราย โดยควรเลือกน้ำจากแหล่งที่เหมาะสม เช่น น้ำที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐบาลจัดมาบริการให้ น้ำประปา เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่มาจากเชื้อโรคในน้ำ 

7.งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เราความสามารถในการควบคุมสติของตัวเราเองลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้เราเกิดอุบัติเหตุหรือโดนผู้อื่นทำร้ายได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเวลาเล่นน้ำจึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ถึงแม้ว่าเราจะดูแลตัวเองจากภัยอันตรายรอบตัวได้แล้ว แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังไม่น้อยกว่าภัยนอกตัวเลย นั่นคือโรคภัยไข้เจ็บที่มากับการเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์นั่นเอง เพราะว่าการเล่นน้ำเราต้องเจอกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อนจากอากาศรอบตัว เดี๋ยวเย็นจากการโดนสาดน้ำ หรือเชื้อโรคที่ผสมปนมากับน้ำที่นำมาสาดกันก็สามารถทำให้เกิดโรคได้ทั้งสิ้น

โรคที่มากับการเล่นน้ำที่พบได้มากช่วงสงกรานต์

1.โรคตาแดงหรือโรคเยื่อตาขาวอักเสบ ( Conjunctivitis, Pink Eye )

โรคตาแดง คือ การที่เนื้อเยื่อที่คลุมบริเวณตาขาวเกิดการอักเสบและเส้นเลือดฝอยมีการขยายตัวขึ้น จนกลายเป็นสีแดงอ่อนหรือสีแดงจัด ซึ่งการอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุมากจากการติดเชื้อโรคที่ส่วนของตาหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในตาจากการโดนสาดด้วยน้ำที่ไม่สะอาดมีสิ่งเจือปน เช่น แป้ง ฝุ่น สี เป็นต้น จนทำให้ตากเกิดการระคายเคืองตาหรือทำการขยี้ตาจนเกิดการอักเสบขึ้น

2.โรคลมแดด ( Heat Stroke )

โรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากการที่ร่างกายมีความร้อนสูงมากเกินไป ซึ่งแน่นอนกว่าการเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ เราต้องเล่นอยู่กลางแจ้งเกือบตลอดเวลาทำให้เรามีความเสี่ยงต่อการเป็นลมแดดสูงมากเนื่องจากความร้อนของอากาศ ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่อยู่กลางแดดจ้านานเกินไป ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ เพื่อลดอุณหภูมิภายในร่างกายไม่ให้ร้อนเกิดไป และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะขาดน้ำ อย่าลืมหาหมวกมาสวมใส่เพื่อกันแดดอีกทางหนึ่ง การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันการเกิดลมแดดได้   

3.โรคอาหารเป็นพิษ

การเล่นสาดน้ำบางครั้งน้ำที่เล่นอาจจะเข้าปากเข้าจมูกได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถ้าน้ำที่เข้าปากไปเป็นน้ำที่ไม่สะอาดมีเชื้อโรค ฝุ่น แป้งหรือสีผสมอยู่ จะทำให้เรามีความเสี่ยงในการเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้โดยที่ไม่รู้ตัว นอกจากนั้นน้ำที่สกปรกแล้ว ช่วงวันสงกรานต์เป็นช่วงที่มีอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย การกินอาหารก็ควรเลือกดูอาหารที่ทำสดใหม่ทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดอาหารเป็นพิษ

4.โรคปอดบวมหรือไข้หวัด

การเล่นน้ำร่างกายต้องอยู่กับความชื้นเป็นระยะเวลานานและอุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นไข้หวัดหรือปอดบวมได้ง่าย ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยการเล่นน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ หรือ ทันทีที่เล่นน้ำเสร็จให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดและสวมเสื้อผ้าเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายทันที อย่าอยู่ในชุดที่เปียกปอนตลอดทั้งวัน

5.โรคผิวหนัง

โรคผิวหนัง ผื่นคันเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากอีกชนิดหนึ่งในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากผู้เล่นน้ำต้องเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลาที่เล่นน้ำ และน้ำที่นำมาเล่นบางครั้งเป็นน้ำที่มาจากแหล่งที่ไม่สะอาด เช่น น้ำคลอง น้ำบ่อ น้ำบาดาล หรือมีการผสมสิ่งเจือป่น เช่น สี แป้ง ดินประสิว น้ำแข็งลงไปในน้ำด้วย ซึ่งน้ำนี้อาจสร้างการระคายเคืองให้กับผิว เกิดผดผื่น คัน หรือกลากเกลื่อนตามมาในภายหลังได้ และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การที่เราสวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นเหตุให้เกิดการเชื้อราตามอวัยวะต่างๆ ได้ เช่น ฮ่องกงฟุต เชื้อราตามข้อพับ เชื้อราตามจุดซ่อนเร้น เป็นต้น โดยเฉพาะส่วนของจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงที่ต้องอยู่กับความอับชื้นในช่วงเวลาที่เล่นน้ำ ยิ่งถ้าน้ำที่เล่นเป็นน้ำสกปรกด้วยยิ่งจะเป็นอันตรายต่อจุดซ่อนเร้นมากขึ้น โดยจะส่งผลให้จุดซ่อนเร้นมีอาการคันหรือมีการอักเสบ มีกลิ่นเหม็นหรือตกขาวเกิดได้ในเวลาต่อมา ซึ่งเราสามารถปกป้องจุดซ่อนเร้นได้ด้วยการใส่กางเกงที่ไม่คับแน่นจนเกินไป ควรทำความสะอาดทันทีหลังจากที่เล่นน้ำเสร็จและทำให้จุดซ่อนเร้นแห้ง

นอกจากโรคที่เกิดจากความอับชื้นที่สร้างปัญหากับผิวแล้ว แสงแดดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหนัง เพราะว่าช่วงหน้าร้อนแสงแดดที่ประเทศไทยจะมีความเข้มของรังสียูวีที่สูงมากถึงระดับ 6-9 จากทั้งหมด 11 ระดับ ซึ่งเมื่อผิวหนังโดดแสงแดดนาน ๆ จะทำให้ผิวหนังแสบร้อนและหลุดลอกออกมาเป็นขุยได้ ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปและมีการระบุว่าเป็น PA+++ เพื่อที่จะช่วยป้องกันผิวหนังจากทั้ง UVA และ UVB ทำการทาก่อนที่จะออกไปเล่นน้ำอย่างน้อย 30 นาที และควรทาครีมกันแดดเพิ่มทุก ๆ 2 ชั่วโมง เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดด้วยอีกทางหนึ่ง และหลังจากที่เล่นน้ำมาทั้งวันแล้ว ผิวหนังย่อมต้องเกิดการระคายเคืองทั้งจากแสงแดดและสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ การดูแลผิวหลังจากเล่นน้ำมาก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองให้กลับมามีสุขภาพดีได้ดังเดิม   

วิธีการดูแลผิวหลังการตากแดดเล่นน้ำสงกรานต์มาทั้งวัน

1.อาบน้ำเย็น หรือ Cool Down

หลังจากที่เล่นน้ำมาแล้ว เราต้องรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกไป และเพื่อการสุขภาพผิวที่ดีควรอาบด้วยน้ำเย็นหรือจะทำการประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นกับผ้าห่อน้ำแข็งก็ได้เช่นกัน เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิของผิวหนังและร่างกายให้เย็นลง หลังจากที่ร่างกายได้รับความร้อนมาแล้วทั้งวัน การอาบน้ำไม่ควรถูด้วยสบู่หรือครีมที่มีสารทำความสะอาดหรือมีสครับที่ช่วยขัดผิว และควรทำการถูสบู่ด้วยความเบามือเพื่อลดการระคายเคืองผิว

2.บำรุงผิว

การบำรุงเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ทำได้ด้วยการทาหรือผอกผิวด้วยสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเพื่อความชุ่มชื่นให้กับผิวหนัง เช่น ว่านหางจระเข้ น้ำมันมะพร้าว น้ำนม โยเกิร์ต แตงกวา มะเขือเทศ น้ำผึ้ง กล้วย เป็นต้น โดยนำสมุนไพรมาบดให้ละเอียดและทาทิ้งไว้ประมาณครั้งละ 30 นาที เป็นประจำทุกวันจนกว่าผิวจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

3.ทาครีมกันแดด

การทาครีมกันแดดนอกจากช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดเข้าไปทำร้ายเซลล์ผิวหนังเพิ่มแล้ว ในครีมกันแดดยังสีสารช่วยรักษารอยไหม้บนผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดด้วย ทำให้ผิวหนังลดอาการแสบร้อนและพลัดเซลล์ผิวได้เร็วขึ้นด้วย

ทำตามวิธีขั้นต้นแล้ว รับรองว่าผิวที่เสียจนน่ากลัวเพราะการเล่นน้ำสงกรานต์ของคุณจะกลับมาสวยใสจนต้องตกตะลึงแน่นอน แต่ว่าบางคนเมื่อเล่นน้ำสงกรานต์แล้วผิวก็เสีย แถมยังมีอาการป่วยเป็นผลจากการเล่นน้ำสงกรานต์เสียด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ

การป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วย ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1.นอนพักให้เพียงพอ

วันสงกรานต์เป็นวันรวมญาติที่นานครั้งจะได้พบเจอกัน หลายคนไม่ยอมหลับยอมนอนนั่งคุยกันจนเช้า และไปเล่นน้ำต่อ ซึ่งการทำเช่นนั้นไม่เป็นผลดีต่อร่างกายทำให้มีความเสี่ยงต่อการป่วยได้ง่าย ดังนั้นเราต้องนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยได้ 

2.กินอาหารให้ครบทุกมื้อ

บางคนเที่ยวเล่นจนไม่ลืมกินอาหารไปเลย ซึ่งจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่าย และยิ่งไปเล่นน้ำต้องตากแดด ตากลม ทำให้ร่างกายอ่อนแอเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นเราต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อเพื่อที่ร่างกายจะได้มีภูมิต้านทานโรคได้สูงขึ้น

3.ดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นแล้ว น้ำยังช่วยชดเชยเหงื่อที่สูญเสียไปในขณะที่เราเล่นน้ำโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นการดื่มน้ำสะอาดบ่อยจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้วยังช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ไม่สูงจนเป็นลมได้

4.ทำร่างกายให้อบอุ่น

หลังจากที่เล่นน้ำทุกครั้งควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีทุกครั้ง และสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นกับร่างกายในทันที อย่าอยู่ในชุดที่เปียกชื้นอย่างนั้นตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัดหรือปอดบวม

5.เล่นแต่พอดี

การเล่นน้ำทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นโดยที่ไม่มีการพักเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นกับร่างกายเลย เพราะการที่ร่างกายต้องเปียกน้ำจะทำให้ร่างกายมีความชื้นสูง และถ้าต้องไปตากแดดด้วยแล้วร่างกายก็จะมีอุณหภูมิภายในสูงขึ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่เกิดขึ้น หากร่างกายปรับสภาพไม่ทันจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย ดังนั้นควรเล่นน้ำครั้งละประมาณ 1-2 ชั่วโมง และทำการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย แล้วค่อยไปเล่นใหม่อีกครั้งก็จะเป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่า

การเตรียมตัวที่ดีย่อมทำให้การเล่นสงกรานต์สนุกมากขึ้น ไม่ต้องอดเล่นน้ำเพราะกลัวว่าจะมีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นหลังจากที่ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไป

ประเพณีสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย เราคนไทยก็ควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามประเพณีอันดีงามของไทยที่สืบต่อกันมายาวนาน ควรแต่งกายตามวัฒนธรรม ละเล่นอย่างพอดีและปฏิบัติตามคำแนะนำที่เราได้บอกไว้ข้างต้น รับรองว่าวันสงกรานต์ปีนี้ของทุกคนเล่นน้ำสงกรานต์ได้อย่างสนุกและปลอดภัยแน่นอน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

10 วิธีเล่นน้ำสงกรานต์แบบปลอดภัย ฉบับวัยรุ่น, [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : mthai.com.[13 เม.ย. 2560]

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นหวัด, [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : wikihow.com.[13 มี.ค. 2561]

วิธีดูแลผิวเสียไหม้แดดหลังสงกรานต์, [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : kapook.com.[18 เม.ย. 2557]

ระวัง 5 โรคที่มากับเทศกาลวันสงกรานต์, [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : mamaexpert.com. [9 เม.ย. 2556]