สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศ (Tomato)

สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศ (Tomato)
สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศ (Tomato)

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ชื่อสามัญ Tomato

ชื่อวิทยาศาสตร์ Lycopersicon Esculentum Mill.

จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE)

เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีความโบราณที่สุด เพราะมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยในตอนแรกนั้น มะเขือเทศก็เป็นเพียงแค่วัชพืชที่ขึ้นท่ามกลางไร่มันสำปะหลังและไร่ถั่ว ซึ่งไม่ได้รับความสนใจมากนัก จนต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ตามธรรมชาติ มนุษย์จึงได้เริ่มนำมาเพราะปลูกเป็นอาหาร โดยชนพื้นเมืองที่นำมะเขือเทศมาปลูกอย่างแพร่หลายเป็นครั้งแรก ก็คือชาวพื้นเมืองเอซเท็ค (Aztecs) ในประเทศเม็กซิโกนั่นเอง ซึ่งในช่วงเวลาต่อมาที่กองทัพสเปนได้เข้าไปบุกยึดประเทศเม็กซิโกมาเป็นอาณานิคม ก็ได้มีการนำมะเขือเทศกลับไปปลูกที่ประเทศสเปนด้วย จากนั้นมะเขือเทศจึงค่อยๆ กลายเป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลาย

การเรียกชื่อมะเขือเทศ

แต่เดิมชาวเอซเท็ค จะเรียกมะเขือเทศว่า Tomat ในขณะที่คนสเปนเรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า Tomate ซึ่งเริ่มแรกที่มะเขือเทศเข้ามาสู่ชาวยุโรปนั้น ก็มีการเรียกชื่อมะเขือเทศว่า love apple ที่แปลว่าแอปเปิ้ลแห่งความรัก หรือแอปเปิลทอง นั่นก็เพราะชาวฝรั่งเศสได้ฟังชื่อแอปเปิลเพี้ยนมาจากภาษาอิตาเลียน ที่เรียกมะเขือเทศว่า Pomi Dei Mors โดยเพี้ยนไปเป็น Pomme d’ Amour ที่แปลว่าแอปเปิลแห่งความรัก นั่นเอง และถึงแม้ว่ามะเขือเทศจะมีการบัญญัติให้ใช้ชื่อตามหลักสากลว่า tomato แต่ในภาษาเยอรมันก็ยังคงเรียกมะเขือเทศว่าแอปเปิลรักกันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว

และจากชื่อของมะเขือเทศดังกล่าว ก็ทำให้หลายคนมีความเข้าใจว่ามะเขือเทศเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณในการกระตุ้นกำหนัด หนุ่มสาวชาวอังกฤษจึงนิยมมอบมะเขือเทศสีแดงให้กับคนรัก เพื่อแสดงถึงความรักและความเสน่หาที่ตนมีให้กับคนรักนั่นเอง นอกจากนี้สำหรับผู้หญิงที่ยังโสด ไร้ชายใดมาเคียงคู่ ก็จะนำเอาเมล็ดของมะเขือเทศที่ตากจนแห้งแล้วมาห่อไว้ในผ้าพันคอแล้วพกติดกายตลอดเวลา เพราะเชื่อยาจะเป็นยาเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาหลงรักได้ดี

นอกจากนี้ชื่อมะเขือเทศในภาษาอังกฤษ ก็จะเรียกกันว่า Tomato ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาสเปนและภาษาชาวพื้นเมืองเอซเท็ค จึงเริ่มแรกนั้นก็มีการเรียกเพี้ยนกันออกไปบ่อยๆ จึงได้มีการกำหนดให้มะเขือเทศมีชื่อเรียกว่า tomato เพื่อความเป็นมาตรฐานและไม่เรียกผิดเพี้ยนกันบ่อยๆ

มะเขือเทศสำหรับชาวยุโรปในช่วงต้นศตวรรษที่ 16

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 เป็นช่วงที่ชาวยุโรปไม่นิยมกินมะเขือเทศ เพราะไม่ชอบในรสชาติของมัน และยังคงรังเกียจมะเขือเทศอย่างต่อเนื่องจนเมื่อศตวรรษที่ 17 ชาวยุโรปก็ได้มีความเชื่อแบบผิดๆ ว่า มะเขือเทศเป็นต้นไม้ที่มีพิษที่อาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เนื่องจากอาจมีสารอัลคาลอยด์ผสมอยู่ ซึ่งสารดังกล่าวก็อาจจะทำให้ผู้ที่กินมะเขือเทศเข้าไปเป็นโรคเกาต์ได้ง่ายด้วยนั่นเอง และถึงแม้ว่าในภายหลังความเชื่อดังกล่าวจะค่อยๆ หมดไป แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงรังเกียจในรสชาติของมะเขือเทศอยู่ดี และเป็นอย่างนั้นอยู่ยาวนานกว่า 300 ปีเลยทีเดียว
ซึ่งหากมองย้อนมาในปัจจุบันนี้ กลับดูเป็นเรื่องที่น่าขำมาก เพราะชาวฝรั่งส่วนใหญ่กลับนิยมกินมะเขือเทศกันเป็นชีวิตจิตใจ แบบที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยสังเกตได้จากหลากหลายเมนูของพวกเขาที่มักจะมีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า สลัด ซอสหรือสปาเกตตี้ จะเห็นได้ว่าชาวยุโรปมีความชอบในมะเขือเทศมาก

มะเขือเทศกับทวีปเอเชีย

ส่วนในทวีปเอเชีย มะเขือเทศได้เริ่มเข้ามาในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โดยชาวอังกฤษเป็นผู้นำเข้ามาในประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก แต่ในสมัยนั้นมะเขือเทศยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ส่วนในประเทศไทย มะเขือเทศได้ถูกนำเข้ามาโดยฝรั่งต่างชาติในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ฝรั่งได้นำพริกเข้ามาในไทยครั้งแรกเช่นกัน โดยตามบันทึกของหมอบรัดเลย์ ได้ระบุที่มาของชื่อมะเขือเทศว่า มะเขือเทศเป็นมะเขือที่นำเข้ามาจากเมืองเทศ จึงถูกเรียกว่ามะเขือเทศนั่นเอง

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

มะเขือเทศมีหลากหลายสายพันธุ์ ดังที่เห็นบ่อยๆ ก็จะมีทั้งแบบลูกเล็ก ลูกใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะล้วนเป็นสีแดงทั้งสิ้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีมะเขือเทศเพียงสีเดียวเท่านั้น เพราะในปัจจุบันก็มีมะเขือเทศสีดำ สีขาวและสีม่วงเช่นกัน ซึ่งก็มีประโยชน์และเป็นที่นิยมไม่แพ้มะเขือเทศสีแดงเลยทีเดียว ส่วนประโยชน์ของมะเขือเทศโดยทั่วไปนั้น พบว่ามะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมายหลายชนิด และที่โดดเด่นที่สุด ก็คือวิตามินซีและวิตามินเอที่พบได้มากในมะเขือเทศ แถมยังเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ในมะเขือเทศก็พบสารจำพวกไลโคปีน ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อและภาวการณ์เสื่อมของร่างกายได้ดี เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ข้อเสื่อม โรคหลอดเลือดและโรคตาต้อกระจก เป็นต้น ซึ่งก็จะเห็นได้ว่ามะเขือเทศมีประโยชน์จริงๆ แถมจากการทดลองในปัจจุบันก็พบว่า มะเขือเทศมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง แก้แผลร้อนในช่องปาก เป็นยาช่วยดับร้อนถอนพิษ และสามารถบรรเทาอาการของโรคหัวใจได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแค่ทานมะเขือเทศวันละประมาณ 1-2 ผลเท่านั้น และยิ่งทานมะเขือเทศไปพร้อมกับการรักษาด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้มากขึ้นไปอีก

เอกสารอ้างอิง

“Tomato History. The history of tomatoes as food”. Home cooking. Retrieved 2013-08-07.

Solanum lycopersicum- Tomato”. Encyclopedia of Life. Retrieved 1 January 2014.

Aculops lycopersici (Tomato russet mite)”. Wallingford, UK: Invasive Species Compendium, Centre for Agriculture and Biosciences International. 23 June 2015. Retrieved 11 November 2016.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here