สรรพคุณและประโยชน์ของตับเต่าต้น

0
ตับเต่าต้น
สรรพคุณและประโยชน์ของตับเต่าต้น เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวย เนื้อไม้เป็นสองสีคือขาวกับดำสลับไปมา ผลเป็นรูปไข่เกือบกลม หรือรูปกลมป้อม
ตับเต่าต้น
ไม้ยืนต้นผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวย เนื้อไม้เป็นสองสีคือขาวกับดำสลับไปมา ผลเป็นรูปไข่เกือบกลม หรือรูปกลมป้อม

ตับเต่าต้น

เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวย เนื้อไม้เป็นสองสีคือขาวกับดำสลับไปมา ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Diospyros ehretioides Wall. ex G. Don อยู่ในวงศ์มะพลับ (EBENACEAE)[1] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น มะไฟผี, มะมัง, ลิ้นกวาง, กากะเลา, ตับเต่าหลวง, มะโกป่า [1],[3]

ลักษณะตับเต่าต้น

  • ต้น เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวย เปลือกต้นมีสีน้ำตาลปนเทาหรือสีเทาอมขาว เปลือกด้านในจะเป็นสีน้ำตาลอมแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะในพม่าและภูมิภาคอินโดจีน ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้แทบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ มักขึ้นที่ตามป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังแล้งทั่วไป ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-500 เมตร[1],[2],[4],[5]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ใบจะออกเรียงสลับกัน ใบเป็นรูปไข่กว้าง รูปขอบขนาน รูปไข่ถึงรูปวงรี ที่ปลายใบจะกลมหรือมน ส่วนที่โคนใบจะกลมหรือคล้ายรูปหัวใจ ใบกว้างประมาณ 7-23 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-28 เซนติเมตร เนื้อใบจะเกลี้ยงและหนา ที่ผิวใบด้านล่างจะมีขนหรือเกือบเกลี้ยง มีเส้นแขนงใบประมาณ 6-12 คู่ จะเห็นเส้นใบย่อยแบบร่างแหชัด ก้านใบมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และจะมีขนสั้นนุ่ม ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดง[1],[2],[4]
  • ดอก เป็นแบบแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ดอกจะออกเป็นช่อหรือออกเป็นกระจุกสั้น ๆ ที่ตามกิ่งเหนือง่ามใบ ช่อหนึ่งมักมีดอกอยู่ประมาณ 3 ดอก มีกลีบเลี้ยงอยู่ 4 กลีบ กลีบดอกมี 4 กลีบ กลีบดอกจะเป็นรูปไข่หรือรูปคนโท ยาวประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร ปลายแฉกลึกประมาณ 1/3 ส่วน กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆัง มีความยาวประมาณ 0.2-0.3 เซนติเมตร กลีบแฉกจะลึกประมาณ 1/3 มีที่ขนด้านนอก โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย มีเกสรเพศผู้ประมาณ20-30 อัน รังไข่ที่ไม่เจริญจะมีขนยาว ก้านดอกมีความยาวประมาณ 0.3 เซนติเมตร ดอกเพศเมียดอกจะออกเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อกระจุกสั้น ๆ ช่อหนึ่งมี 3-5 ดอก มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอกมี 4 กลีบ จะมีลักษณะคล้ายดอกเพศผู้ แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า กลีบเลี้ยงแฉกลึกเกือบจะจรดโคน รังไข่มีลักษณะเป็นทรงรี มีขนคล้ายขนแกะ มี 6 ช่อง จะไม่มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน กลีบดอกเป็นสีขาว เป็นรูปคนโท ที่ด้านนอกจะมีขน ด้านในจะเรียบ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ออกดอกช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม[1],[2],[4]
  • ผล เป็นผลสด ผลเป็นรูปเกือบกลม รูปกลมป้อม รูปไข่ ผลมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร จะมีกลีบเลี้ยงที่คงทน มีขนด้านนอก ที่ปลายกลีบจะแฉกเกินกึ่งหนึ่งเกือบจะจรดโคน กลีบจะพับงอเล็กน้อย ก้านผลมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เอนโดสเปิร์มมีลาย ผลแก่แห้งมีสีดำและไม่แตก ผลจะแก่ช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงกันยายน[1],[2],[4]

สรรพคุณของตับเต่าต้น

1. รากสามารถใช้ปรุงเป็นยารักษาแผลเรื้อรังได้ (ราก)[7]
2. นำแก่น 2 กำมือมาต้มให้สตรีหลังคลอดดื่มวันละ 3-4 ครั้ง ตลอดช่วงอยู่ไฟเป็นยาบำรุงเลือด (แก่น)[1]
3. สามารถใช้เปลือกปรุงเป็นยาแก้ท้องร่วงได้ (เปลือกต้น)[7]
4. ตำรับยาพื้นบ้านใช้เปลือกต้น ผสมกับลำต้นเฉียงพร้านางแอ ลำต้นหนามแท่ง มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้เป็นยาแก้ผิดสำแดง (เปลือกต้น)[1]
5. สามารถใช้เปลือกเป็นยารักษาโรครำมะนาดได้ (เปลือกต้น)[7]
6. ตำรับยาไทยมักใช้ร่วมกับตับเต่าน้อย (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Polyalthia debilis (Pierre) Finet & Gagnep วงศ์ ANNONACEAE) เรียกว่า “ตับเต่าทั้งสอง” แก่นและรากใช้ต้มหรือฝนกินเป็นยาลดไข้ แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน แก้พิษทั้งปวง แก้ไข้ แก้พิษไข้ (แก่น, ราก)[1],[4],[5],[7]
7. เปลือกต้นใบ ใช้ผสมกับลำต้นตับเต่าเครือ ใบหรือรากกล้วยเต่า ผักบุ้งร้วมทั้งต้น เอามาบดให้เป็นผงละเอียด ละลายกับน้ำร้อนดื่มใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งในตับ (เปลือกต้น, ใบ)[1]
8. ตำรับยาพื้นบ้านล้านนาใช้เปลือกต้น ผสมกับรากขี้เหล็ก รากสลอด รากหญ้าเรงชอน เอามาต้มกับน้ำดื่มใช้เป็นยารักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (เปลือกต้น)[1]
9. ราก ใช้ผสมกับรากโคลงเคลงขน หญ้าชันกาดทั้งต้น เอามาต้มกับน้ำดื่มใช้เป็นยาแก้อาเจียนเป็นเลือดและถ่ายเป็นเลือด (ราก)[1]
10. น้ำต้มจากแก่นกับรากจะมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงปอด (แก่น, ราก)[4],[5]
11. แก่นกับรากจะมีรสชาติฝาดเอียนเล็กน้อย ใช้เป็นยาแก้วัณโรค โดยนำมาต้มกับน้ำกิน (แก่น, ราก)[5]

ประโยชน์ของตับเต่าต้น

1. เนื้อไม้กับเปลือกสามารถใช้ทำเยื่อกระดาษได้[7]
2. นำกิ่งสดมาทุบใช้สีฟันทำให้เหงือกและฟันทน[7]
3. นำผลมาตำผสมกับน้ำเป็นยาเบื่อปลา[1],[7]
4. ลำต้นที่มีขนาดใหญ่ สามารถนำเนื้อไม้มาใช้ทำเครื่องมือขนาดเล็กได้ ใช้สร้างบ้าน ส่วนกิ่งใช้สำหรับทำฟืน[3],[7]
5. ผลใช้สำหรับย้อมสีผ้า[6]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา. (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล). “ตับเต่าต้น”. หน้า 92.
2. สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “ตับเต่าต้น”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.dnp.go.th/botany/. [20 ธ.ค. 2014].
3. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน). “ตับเต่าต้น”. อ้างอิงใน : หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : eherb.hrdi.or.th. [20 ธ.ค. 2014].
4. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “ตับ เต่า ต้น”. อ้างอิงใน : หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 1, หนังสือไม้ต้นในสวน Tree in the Garden. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.qsbg.org. [20 ธ.ค. 2014].
5. สมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณ แห่งประเทศไทย. “ตับเต่าทั้งสอง”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.ayurvedicthai.com. [20 ธ.ค.2014].
6. ศูนย์ปฏิบัติการโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “ตับเต่าต้น”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.goldenjubilee-king50.com. [20 ธ.ค. 2014].
7. พรรณไม้สวนรุกขชาติห้างฉัตร. “ตับ เต่า ต้น”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : lampang.dnp.go.th/Departments/Techical_Group/plant/ตับ เต่า ต้น.pdff. [20 ธ.ค. 2014].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://www.picturethisai.com/

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นตาเสือ

0
ต้นตาเสือ
สรรพคุณและประโยชน์ของต้นตาเสือ ดอกขนาดเล็กสีเหลืองอ่อน ผลมีลักษณะกลม ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลดำและมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง มีรสฝาด
ต้นตาเสือ
ดอกขนาดเล็กสีเหลืองอ่อน ผลมีลักษณะกลม ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลดำและมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง มีรสฝาด

ต้นตาเสือ

ตาเสือ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียใต้ และประเทศไทย พบได้ทั่วประเทศ ซึ่งพบมากในภาคเหนือ และภาคใต้ บริเวณป่าชายเลนน้ำกร่อย และตามริมชายฝั่งของแม่น้ำ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Aphanamixis polystachya (Wall.) R.Parker อยู่ในวงศ์กระท้อน (MELIACEAE)[1] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น มะยมหางก่าน, โทกาส้า, ยมหังก่าน, เลาหาง, แดงน้ำ, เซ่, พุแกทิ้, ขมิ้นดง[1]

ลักษณะต้นตาเสือ

  • ต้น เป็นไม้ยืนต้นมีความสูงได้ถึง 25 เมตร เปลือกต้นจะหนาแตกเป็นสะเก็ดหลุดล่อนออก ที่ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนจะมีขนสีเหลือง[1]
  • ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายใบคี่ ใบจะออกเรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 3-7 คู่ ใบย่อยเป็นรูปรีแกมขอบขนาน ที่ปลายใบจะแหลม ที่โคนใบจะกลมเบี้ยว ที่ขอบใบจะเรียบเป็นคลื่น ๆ ใบกว้างประมาณ 3-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-18 เซนติเมตร แผ่นใบจะเรียบเกลี้ยงเป็นสีเขียวเข้ม[1]
  • ดอก ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงยาว ดอกออกที่ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกเป็นแบบแยกเพศ มีทั้งช่อดอกเพศผู้ ช่อดอกเพศเมีย และช่อดอกที่มีทั้งสองเพศ ดอกจะมีขนาดเล็ก มีสีเหลืองอ่อน มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม กลีบเลี้ยงดอกจะเชื่อมติดกันปลายแยกเป็นแฉก 3 แฉก เป็นสีเขียวและมีขน มีกลีบดอก 3 กลีบ เป็นสีเหลือง เกสรเพศผู้จะเชื่อมติดกัน รังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ[1]
  • ผล มีลักษณะกลม ผลมีขนาดประมาณ 3.5-5 เซนติเมตร ผลแก่จะแตกออกเป็นซีก 2-3 ซีก มีเมล็ดในผล เมล็ดมีสีน้ำตาลดำและมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง[1]

สรรพคุณของต้นตาเสือ

1. ใบจะมีรสชาติฝาดเมา ใช้เป็นยาแก้บวมได้ (ใบ)[1]
2. สามารถนำเปลือกต้นมาต้มเอาน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาขับระดู รัดมดลูก ขับโลหิต (เปลือกต้น)[1]
3. สามารถใช้เนื้อไม้เป็นยาแก้ท้องเสียได้ (เนื้อไม้)[2]
4. เปลือกต้นจะมีรสชาติฝาดเมา มีสรรพคุณที่เป็นยาปิดธาตุ แก้เสมหะ กล่อมเสมหะ(เปลือกต้น)[1],[2]
5. ผลจะมีรสชาติฝาดเมา สามารถใช้เป็นยาแก้บวมตามข้อต่าง ๆ ในร่างกาย หรือนำเปลือกต้นมาต้มเอาน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาแก้ปวดตามข้อ (เปลือกต้น, ผล)[1],[2]
6. สามารถใช้เปลือกต้นเป็นยาสมานแผลได้ (เปลือกต้น)[1]
7. สามารถใช้เป็นยาแก้บิดมูกเลือด (เปลือกต้น)[1]
8.สามารถใช้แก่นทำเป็นยาสมานท้องไส้ได้ (แก่น)[2]
9. เนื้อไม้จะมีรสฝาด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ธาตุพิการ (เนื้อไม้)[2]

ข้อควรระวัง : ทุกส่วนของต้นเป็นพิษ ถ้าทานเยอะอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ และเห็ดที่เกิดจากขอนไม้ตาเสือถ้าทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการเมาอาเจียนถึงเสียชีวิตได้[1]

ประโยชน์ของต้นตาเสือ

1. สามารถใช้ผลเป็นอาหารของนกเงือกได้
2. ไม้ตาเสือสามารถนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้ เนื่องจากเนื้อไม้มีความแข็ง แข็งแรงทนทานดี เหนียว[2]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ. (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ). “ตาเสือ”. หน้า 115.
2. ศูนย์ปฏิบัติการโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “ตาเสือ”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.goldenjubilee-king50.com. [16 ธ.ค. 2014].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://www.nparks.gov.sg/
2. https://www.natureloveyou.sg/

รสสุคนธ์แดง สมุนไพรแห่งแดนใต้แก้จุกเสียขับลม

0
รสสุคนธ์แดง สมุนไพรแห่งแดนใต้แก้จุกเสียขับลม สมุนไพรทางภาคใต้ เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ดอกจะมีกลิ่นหอมเย็น ผลทรงกลมสีส้มถึงแดง
รสสุคนธ์แดง
สมุนไพรแห่งแดนใต้แก้จุกเสียขับลม สมุนไพรทางภาคใต้ เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ดอกจะมีกลิ่นหอมเย็น ผลทรงกลมสีส้มถึงแดง

รสสุคนธ์แดง

รสสุคนธ์แดง สมุนไพรทางภาคใต้ เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Tetracera indica (Christm. & Panz.) Merr. อยู่ในวงศ์ส้าน (DILLENIACEAE)[1],[2] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น เครือปด, ย่านปด, ปดลื่น, อรคนธ์, อุเบ๊ะสะปัลละเมเยาะ, เถาอรคนธ์, ย่านเปล้า [1],[2]

ลักษณะรสสุคนธ์แดง

  • ต้น เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกลถึง 10 เมตร เถาเป็นสีน้ำตาลแดง เปลือกต้นจะเรียบเป็นสีน้ำตาล ถ้าแก่จะแตกเป็นสะเก็ดบาง ๆ เถาอ่อนเป็นสีน้ำตาลอมเขียว มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย จีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบขึ้นตามป่าละเมาะทางภาคใต้ ที่ระดับน้ำทะเลถึง 600 เมตร ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง การปักชำกิ่ง จะชอบดินร่วน น้ำปานกลาง แสงแดดจัด[1],[2]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว จะออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปรีแกมขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ที่ปลายใบจะแหลม โคนใบจะสอบมน ขอบใบจะจักเป็นฟันเลื่อยห่าง ๆ ใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร แผ่นใบจะเรียบ ผิวใบสากคาย มีขนที่ตามเส้นใบด้านล่าง ก้านใบสั้นสีแดง มีความยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร[1],[2]
  • ดอก จะออกเป็นช่อแบบแยกแขนงที่ตามปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง จะมีดอกย่อยอยู่ประมาณ 3-8 ดอก ดอกมีขนาดประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ดอกจะมีกลิ่นหอมเย็น มีกลีบเลี้ยงหนาเป็นสีเขียวอมแดง 4 กลีบ มีความกว้างประมาณ 7-9 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 8-10 มิลลิเมตร ไม่มีขน กลีบดอกเป็นสีขาวหรือสีขาวอมชมพู มีอยู่ 4-5 กลีบ เป็นรูปไข่กลับ กว้างประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 12-15 มิลลิเมตร กลีบดอกจะร่วงได้ง่าย ดอกมีเกสรเพศผู้เป็นจำนวนมาก โผล่พ้นกลีบดอก ปลายก้านชูอับเรณูเป็นสีแดง โคนก้านจะเป็นสีขาว รังไข่มี 3-4 คาร์เพล ที่ด้านหลังจะมีขนแข็งขึ้นประปราย ออกดอกได้เกือบทั้งตลอดทั้งปี ดอกแต่ละช่อจะทยอยบาน ดอกบานวันเดียวก็จะโรย ส่งกลิ่นหอมแรงช่วงเวลากลางวัน[1],[2]
  • ผล จะออกเป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 3-4 ผล เป็นผลแบบแคปซูลแห้งแตกเป็นแนวตะเข็บด้านเดียว มีกลีบเลี้ยงหุ้มผลเกือบหมด ผลเป็นรูปทรงกลม เป็นสีส้มถึงแดง ผลกว้างประมาณ 0.8-1 เซนติเมตร ที่ปลายผลมีจะงอยแหลมยาวประมาณ 2-6 มิลลิเมตร มีเมล็ดอยู่ภายใน 2 เมล็ด หรือมากกว่า เมล็ดสีดำ เป็นรูปไข่ กว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงสด ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ที่ฐานเป็นชายครุย[1],[2]

สรรพคุณของรสสุคนธ์แดง

1. ยอดอ่อนสามารถใช้เป็นยาพอกรักษางูกัดได้ (ยอดอ่อน)[2]
2. ตำรายาพื้นบ้านภาคใต้ จะนำรากมาต้มกับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[2]
3. นำต้นมาต้มเอาน้ำ สามารถใช้อมกลั้วรักษาแผลในปากได้ ส่วนในประเทศอินเดียจะใช้เป็นยาภายนอกใช้บ้วนรักษาแผลร้อนในปาก (ต้น)[1],[2]
4. ตำรับยาบำรุงกำลังจะนำทั้งต้น มาผสมกับต้นเส้ง เปลือกต้นทุเรียน (เลือกเฉพาะส่วนที่สูงจากเอวขึ้นไป) มาตำสด ๆ คั้นเอาน้ำผสมกับน้ำร้อนดื่ม จะมีรสออกฝาด หรือจะตำแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วเอามาแช่ในเหล้าขาว ใช้จิบทานทีละน้อย (ทั้งต้น)[4]
5. ตำรับยาแก้อาการบวม แก้ฝี เป็นตำรับยาพื้นบ้านของอีสานจะใช้ลำต้นหรือรากมาผสมกับหญ้างวงช้างทั้งต้น งวงตาล ผลมะพร้าว รากกะตังใบ รากลำเจียก รากส้มกุ้ง เหง้าสับปะรด เหง้ายาหัว ลำต้นเครือพลูช้าง ลำต้นหรือรากเถาคันขาว ลำต้นก้อม ลำต้นไผ่ป่า ลำต้นไผ่ตง ลำต้นโพ ลำต้นรักดำ ลำต้นหนามพรม ลำต้นอ้อยแดง เปลือกต้นกัดลิ้น เปลือกต้นมะม่วง เปลือกต้นสะแกแสง มาต้มกับน้ำ ใช้ดื่ม (ต้น, ราก)[2]
6. นำใบกับรากมาตำใช้พอกผิวหนังแก้ผื่นคัน (ใบและราก)[1],[2]
7. นำต้นมาต้มกับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาแก้อาการตกเลือดภายในปอดได้ (ต้น)[1],[2]
8. ตำรายาไทยจะใช้ดอกเข้ายาหอมบำรุงหัวใจ แก้ลม มักใช้คู่กับรสสุคนธ์ขาว (ดอก)[1],[2]

ประโยชน์ของรสสุคนธ์แดง

1. ลำต้นสามารถใช้ทำเป็นเชือกได้ [2]
2. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งแล้วทำเป็นซุ้มให้เลื้อยไต่ จะออกดอกดกและสวยงามกว่าการปลูกในกระถาง และหมั่นตัดยอดให้ขึ้นพันซุ้ม ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง
3. ในประเทศอินเดียจะใช้เป็นยาเบื่อปลา[2]
4. นำใบสามารถมาใช้แทนกระดาษทราย[2]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “รสสุคนธ์แดง”. อ้างอิงใน : หนังสือไม้เลื้อยในสวนพฤกษศาสตร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.qsbg.org. [03 ม.ค. 2015].
2. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “อรคนธ์”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.phargarden.com. [03 ม.ค. 2015].
3. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม). “เชือกเขาไฟ”. หน้า 278.
4. หนังสือสมุนไพรจากพื้นที่พรุในจังหวัดนราธิวาส. (ฝ่ายโครงการพิเศษ กองแผนงาน และสำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้). “เถาอรคนธ์”. หน้า 18.

อ้างอิงรูปจาก
1. https://powo.science.kew.org/
2. https://www.nparks.gov.sg/

หญ้ายาง สรรพคุณใช้เป็นยาขับน้ำนมของสตรี

0
หญ้ายาง
หญ้ายาง สรรพคุณใช้เป็นยาขับน้ำนมของสตรี เป็นวัชพืชล้มลุกมีอายุปีเดียว ดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่มีสีน้ำตาล
หญ้ายาง
เป็นวัชพืชล้มลุกมีอายุปีเดียว ดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่มีสีน้ำตาล

หญ้ายาง

หญ้ายาง จัดเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนจากทวีปอเมริกา บริเวณอเมริกาใต้และอเมริการกลาง ได้แก่ ในเม็กซิโก , กัวเตมาลา , ปานามา , คอสตาริกา ไปจนถึงโคลัมเบีย เวนซูเอลา และบราซิล เป็นต้น ในปัจจุบันสามารถพบได้ในเขตร้อนต่างๆ ทั่วโลก ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล จนถึง 1800 เมตร ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศและถูกจัดเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง ชื่อสามัญ Mexican fire plant[4], Painted spurge[2],[4] ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Euphorbia heterophylla L.[2],[6] ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Euphorbia heterophylla var. geniculata (Ortega) M.Gómez, Poinsettia geniculata (Ortega) Klotzsch & Garcke), Euphorbia geniculata Ortega อยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น หญ้าน้ำหมึก, ผักบุ้งป่า, ใบต่างดอก, หญ้าหลังอึ่ง, หญ้าหลังอึ่ง, หญ้าสองพันห้าร้อย, จ๊าผักบุ้ง, ลูกเขยตายแม่ยายทำศพ, ลูกเขยตายแม่ยายชักปรก[2],[3],[4]

ลักษณะหญ้ายาง

  • ต้น (ต้นเขยตายแม่ยายทำศพ)เป็นไม้ล้มลุกทรงเรือนยอดทรงกระบอก ต้นสูงประมาณ 50 เซนติเมตร กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง เปลือกของลำต้นเป็นสีเขียว ผิวเรียบ เมื่อหักจะมียางสีขาวขุ่น[5]
  • ใบ (ใบลูกเขยตายแม่ยายทำศพ)เป็นใบเดี่ยว มีสีเขียว ใบเป็นรูปรี ที่ปลายใบจะเรียวแหลม ที่โคนใบจะเรียวสอบ ส่วนที่ขอบใบจะเรียบ ใบมีความกว้างประมาณ 6.5 เซนติเมตร มีความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร การเรียงตัวของใบบนกิ่งตรงข้ามและสลับตั้งฉาก[5]
  • ดอก (ดอกลูกเขยตายแม่ยายทำศพ) จะออกดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายจะแยกเป็นแฉก 5 แฉก เป็นสีเขียว ไม่มีกลีบดอก เกสรตัวผู้มีสีเหลือง มีเกสรเพศผู้ 4 ก้าน ที่ปลายเกสรเป็นกระเปาะ เกสรตัวเมียมีสีเหลือง มีเกสรตัวเมีย 1 ก้าน ที่ปลายเกสรแยกออกเป็นแฉก 4 แฉก รังไข่เหนือวงกลีบไม่มีกลิ่น[5]
  • ผล (ผลลูกเขยตายแม่ยายทำศพ) จะออกผลเป็นกลุ่ม ผลสดมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่มีสีน้ำตาล ผลมีลักษณะกลมแป้น มีเมล็ด 3 เมล็ดเป็นสีเขียว มีลักษณะกลมแป้น[5]

ข้อควรระวัง : ต้นมียางสีขาวขุ่นอยู่ทั้งลำต้น ถ้าสัมผัสผิวหนัง พิษของยางจะทำให้ผิวหนังอักเสบ ที่บริเวณก้านใบจะมีขนที่ทำให้เกิดอาการคัน ไม่ควรสัมผัสโดยตรง[5]

สรรพคุณของหญ้ายาง

  • สามารถช่วยรักษาพิษนาคราชได้ (เปลือกต้น)[7]
  • ใช้ยอดอ่อนทานสดประมาณ 3 ใบ จะมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบาย สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ (ยอดอ่อน)[2],[5]
  • สามารถช่วยขับน้ำนมของสตรีได้ (เปลือกต้น)[7]
  • รากสามารถช่วยกระทุ้งพิษ และช่วยแก้พิษฝีภายในได้ (ราก)[4] อีกข้อมูลระบุว่าใช้เปลือกลำต้นรักษาฝีภายนอกและฝีภายใน (เปลือกต้น)[7]

ประโยชน์ของหญ้ายาง

  • เอายอดอ่อนไปต้มเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกทานได้[2],[5]
  • ใบทำเป็นยาเสพติด เช่น กัญชาและใบกระท่อมได้[8]
  • ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับริมทางให้เป็นทิวแถว[8]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1.สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “ใบต่างดอก“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.dnp.go.th/botany/. [17 ธ.ค. 2013].
2.โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์การมหาชน). “Painted spurge“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th. [17 ธ.ค. 2013].
3.พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
4.ฐานข้อมูลสมุนไพร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. “หญ้า ยาง“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: thaiherb.most.go.th. [17 ธ.ค. 2013].
5.โรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก. “หญ้า ยาง“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.lrp.ac.th. [17 ธ.ค. 2013].
6.สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “หญ้า ยาง Euphorbia heterophylla L.“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: chm-thai.onep.go.th. [17 ธ.ค. 2013].
7.หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย (วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).
8.วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. “ลูกเขยตายแม่ยายทำศพ“. อ้างอิงใน: Rob’s plants. “Euphorbia cyathophora“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org/wiki/ลูกเขยตายแม่ยายทำศพ. [17 ธ.ค. 2013].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://www.flickr.com/photos/adaduitokla/7906580864
2. https://www.flickr.com/photos/adaduitokla/7906600598

หญ้าขัด วัชพืชดอกเหลืองลำต้นใช้ทำไม้กวาด

0
หญ้าขัด วัชพืชดอกเหลืองลำต้นใช้ทำไม้กวาด เป็นสมุนไพรตระกูลขัด ต้นมาตากให้ใบร่วงแล้วเอามามัดรวมกันทำเป็นไม้กวาดกวาดใบไม้ และสามารถใช้เป็นยาได้ทุกส่วน
หญ้าขัด
ดอกเหลืองลำต้นใช้ทำไม้กวาด เป็นสมุนไพรตระกูลขัด ต้นมาตากให้ใบร่วงแล้วเอามามัดรวมกันทำเป็นไม้กวาดกวาดใบไม้ และสามารถใช้เป็นยาได้ทุกส่วน

หญ้าขัด

หญ้าขัด วัชพืชดอกเหลืองลำต้นใช้ทำไม้กวาด เป็นสมุนไพรตระกูลขัด ต้นมาตากให้ใบร่วงแล้วเอามามัดรวมกันทำเป็นไม้กวาดกวาดใบไม้ และสามารถใช้เป็นยาได้ทุกส่วน มีชื่อสามัญ คือ Paddy’s lucerne, Queensland hemp, Arrowleaf sida, Common sida, Cuba juite ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Sida rhombifolia L. โดยจัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE)[1],[3],[5] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ยุงปัดแม่ม่าย, ขัดมอน, หญ้าขัดมอนใบรี, หญ้าขัดใบมน เป็นต้น[1],[3],[6]

ลักษณะหญ้าขัด

  • ต้น เป็นไม้พุ่ม
    – มีความสูงได้ถึง 1 เมตร
    – มีลักษณะกลมเป็นสีเขียวหรืออมเทา และมีขนเป็นรูปดาว
    – สามารถพบได้ทั่วทุกภาคตามป่าเบญจพรรณ[1],[3]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนแบบห่าง ๆ กัน
    – ใบเป็นรูปรีถึงรูปสามเหลี่ยมข้าวหลามตัด
    – โคนใบกลมถึงตัด ส่วนขอบใบเป็นจักแบบฟันเลื่อย
    – มีความกว้างประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร
    – แผ่นใบด้านบนค่อนข้างเกลี้ยง ส่วนด้านล่างมีขนสั้นรูปดาวขึ้นอยู่หนาแน่น
    – ก้านใบมีความยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร มีขนขึ้นหนาแน่น
    – หูใบยาวก็จะยาวได้ถึง 5 มิลลิเมตร มีเส้นตามยาว 1 เส้น[1]
  • ดอก เป็นสีเหลืองอ่อนหรือเป็นสีเนื้อค่อนข้างขาว
    – ก้านของดอกมีความยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร
    – มีข้อต่ออยู่เหนือกึ่งกลางก้าน
    – กลีบเลี้ยงจะติดกันเป็นรูประฆัง
    – มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-6 มิลลิเมตร
    – โคนใบมีสันประมาณ 10 สัน
    – ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกเป็นรูปสามเหลี่ยม มีความยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร
    – ปลายแฉกแหลมหรือเรียวแหลม
    – วงกลีบดอกเมื่อบานแล้วจะมีความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร
    – กลีบของดอกมี 5 กลีบ เป็นสีเหลืองอ่อน ตรงกลางสีแดง เป็นรูปไข่กลับและเบี้ยว มีความกว้างประมาณ 6-7 มิลลิเมตร และ- ความยาวประมาณ 9-10 มิลลิเมตร
    – ดอกมีเกสรตัวผู้ติดกันเป็นหลอด มีความยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีอับเรณูอยู่ที่ปลาย
    – เกสรตัวเมียจะอยู่ภายในหลอดเกสรตัวผู้ มีรังไข่เหนือวงกลีบ เป็นรูปกรวย มีความกว้างประมาณ 1.5 มิลลิเมตร
    – ก้านเกสรตัวเมีย ปลายแยกออกเป็น 8-10 แขนง ยอดเกสรตัวเมียจะเป็นตุ่มสีเหลืองหรือสีชมพูอ่อน[1]
  • ผล เป็นแบบแห้งแยกแล้วแตก
    – ผลเป็นรูปครึ่งทรงกลม และมีกลีบเลี้ยงห่อหุ้มอยู่
    – ในผลจะประกอบไปด้วยซีกผลประมาณ 8-10 ซีก
    – ในแต่ละซีกนั้นจะมีลักษณะเป็นรูป 3 มุม มีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร
    – ด้านนอกและด้านข้างเป็นรอยย่น ส่วนปลายมีรยางค์แข็ง ยาวประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร
    – ในแต่ละซีกนั้นจะมีเมล็ดสีดำ 1 เมล็ด มีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร และจะมีขนสั้น ๆ อยู่ที่ขั้วเมล็ด[1]

สรรพคุณหญ้าขัด

  • ใบ ใช้เป็นยาแก้ไข้ [1]
  • ใบ ใช้ตำพอกแก้บวม  [1]
  • ใบ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ [1]
  • ราก ช่วยแก้โรคปอด  [1]
  • ราก ช่วยขับเสมหะ  [1],[5]
  • ราก ช่วยแก้ดีพิการ  [1],[5]
  • ราก ใช้แก้พิษงู  [5]
  • ราก ช่วยแก้อาการสะอึก  [5]
  • ราก ช่วยแก้อาการร้อนใน  [5]
  • ราก ช่วยขับโลหิตและรก  [1]
  • ราก ช่วยแก้ช่วยโรคไขข้อ  [1]
  • ราก ช่วยแก้อาการปวดมดลูก  [1]
  • ราก ช่วยแก้โรคกระเพาะอาหาร  [1]
  • ราก แก้พิษหัด เหือด สุกใส หลบเข้าข้างใน  [5]
  • ราก ช่วยดับพิษไข้ แก้พิษกาฬ พิษโลหิต  [5]
  • ราก ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน [1],[5]
  • ราก นำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยทำให้เจริญอาหาร หรือจะใช้รากร่วมกับรากมะกอกและรากหญ้าปากควาย นำมาแช่กับน้ำดื่มเป็นยาช่วยให้เจริญอาหารก็ได้ [1],[4]
  • ต้นและใบ นำมาต้มใส่เกลือเป็นยาบ้วนปาก [1],[4]
  • ต้นและใบ ใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้อาการท้องเสียได้  [4]
  • ใบและต้นอ่อน นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้งกินเป็นยาแก้บิด [1]

ประโยชน์หญ้าขัด

  • ใช้เป็นอาหารสัตว์[6]
  • ลำต้น ใช้ทำเป็นไม้กวาด โดยใช้ต้นที่โตเต็มที่แล้วนำมาตัดแล้วตากให้แห้ง แล้วนำมามัดรวมกัน[1],[6]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา

  • รากและลำต้น มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก[1]
  • สารสกัดจากแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งของคนในหลอดทดลอง[1]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน). “Paddy’s lucerne“. อ้างอิงใน: หนังสือสมุนไพรไทยตอนที่ 7. (ก่องกานดา ชยามฤต, ลีนา ผู้พัฒนพงศ์). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th. [22 ธ.ค. 2013].
2. สันยาสี. “อายุวัฒนะ ตำรับยาแก้โรค“. (หมอเมือง สันยาสี). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.sanyasi.org. [21 ธ.ค. 2013].
3. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “หญ้า ขัด“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: biodiversity.forest.go.th. [22 ธ.ค. 2013].
4. พันธุ์ไม้พื้นล่าง เครือข่ายกาญจนาภิเษก โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ . “หญ้า ขัด“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.kanchanapisek.or.th. [22 ธ.ค. 2013].
5. ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). “Sida rhombifolia L. ssp. RHOMBIFOLIA“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.thaibiodiversity.org. [22 ธ.ค. 2013].
6. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). “หญ้า ขัด“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th. [22 ธ.ค. 2013].
7. รายชื่อพรรณไม้ (ป่า) ในประเทศไทย เครือข่ายการวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้ (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. “Family : MALVACEAE“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.frcdb.forest.ku.ac.th/Forest/. [22 ธ.ค. 2013].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://alchetron.com/
2. https://www.vinmec.com/

หญ้าขัดหลวง วัชพืชดอกสีเหลืองสวยงามสรรพคุณช่วยขับเสมหะ

0
หญ้าขัดหลวง
หญ้าขัดหลวง วัชพืชดอกสีเหลืองสวยงามสรรพคุณช่วยขับเสมหะ ชอบความชุ่มชื้นและทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ตามชายป่า พื้นที่รกร้าง หรือตามข้างถนน
หญ้าขัดหลวง
วัชพืชดอกสีเหลืองสวยงาม ชอบความชุ่มชื้นและทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ตามชายป่า พื้นที่รกร้าง หรือตามข้างถนน

หญ้าขัดหลวง

หญ้าขัดหลวง วัชพืชดอกสีเหลืองสวยงามชอบความชุ่มชื้นและทนต่อน้ำท่วมขัง พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Sida subcordata Span. และมีชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ คือ Sida corylifolia Wall. ex Mast. ถูกจัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE)[1],[2] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขัดมอนตัวผู้, ขัดมอนหลวง เป็นต้น[1],[2]

ลักษณะขัดมอนตัวผู้

  • ต้น เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก
    – ลำต้นและก้านจะมีขนาดเล็ก เป็นสีแดงหรือสีม่วง
    – เปลือกของต้นนั้นบาง และมีขนนุ่ม ๆ ขึ้นปกคลุม
    – ต้นขัดมอนหลวงสามารถพบได้ทุกภาคของประเทศไทย ตามชายป่า พื้นที่รกร้าง หรือตามข้างถนนหนทางต่าง ๆ
    – เป็นพืชที่ชอบความชุ่มชื้นและทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี[2]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน
    – ใบเป็นรูปไข่กลับ ผิวใบเรียบ ปลายใบมน โคนใบมนหรือเว้า ส่วนขอบใบเป็นจักแบบฟันเลื่อย
  • ดอก จะออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกอยู่บริเวณซอกใบและปลายกิ่ง
    – ดอกย่อยนั้นมีขนาดเล็กและเป็นสีเหลือง มีกลีบเลี้ยงอยู่ 5 กลีบ
    – มีริ้วประดับ ในขณะที่ดอกตูมอยู่ ชั้นกลีบเลี้ยงก็จะหุ้มดอกไว้
    – กลีบดอกเป็นสีเหลืองมี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน
    – มีเกสรตัวผู้สีเหลืองเป็นจำนวนมากอยู่กลางดอก เชื่อมติดกันเป็นหลอด ๆ
  • ผล เป็นผลแห้งและแตกได้
    – ในผลนั้นจะประกอบไปด้วยซีกผลหลายซีก และในแต่ละซีกผลที่ปลายก็จะมีหนามแหลม 2 อัน

สรรพคุณหญ้าขัดหลวงทั้งต้น

  • สามารถช่วยบำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน
  • สามารถนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาเจียน
  • สามารถนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ตัวร้อน
  • สามารถช่วยขับเสมหะ (ทั้งต้นต้มกับน้ำดื่ม)[2]
  • สามารถช่วยแก้พิษโลหิต (ทั้งต้นต้มกับน้ำดื่ม)[2]
  • สามารถช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย (ทั้งต้นต้มกับน้ำดื่ม)[2]

สั่งซื้ออาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย เนสท์เล่ ออรัลอิมแพค คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. รายชื่อพรรณไม้ (ป่า) ในประเทศไทย เครือข่ายการวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้ (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. “Family : MALVACEAE“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.frcdb.forest.ku.ac.th/Forest/. [22 ธ.ค. 2013].
2. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์การมหาชน). “Sida subcordata Span.“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th. [22 ธ.ค. 2013].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://efloraofindia.com

หญ้าขัดใบป้อม ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด

0
หญ้าขัดใบป้อม ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด เป็นไม้ล้มลุกใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือกลม ดอกสีเหลืองพบได้ในป่าเขตร้อน ซีกผลที่ปลายจะมีหนามแหลม
หญ้าขัดใบป้อม
ไม้ล้มลุก ใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือกลม ดอกสีเหลืองพบได้ในป่าเขตร้อน ซีกผลที่ปลายจะมีหนามแหลม

หญ้าขัดใบป้อม

หญ้าขัดใบป้อม เป็นไม้ล้มลุกมีความสูงประมาณ 1 เมตร ใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือกลม ดอกสีเหลือง พบมากในป่าประเทศอินเดีย ส่วนประเทศไทยพบได้ในป่าเขตร้อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Sida cordifolia L. โดยจัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) นอกจากนี้ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าขัดใบ, ตานทราย

ลักษณะหญ้าขัดใบป้อม

  • ต้น เป็นไม้ล้มลุก
    – จะมีความสูงได้ประมาณ 1 เมตร
    – ที่กิ่งก้านนั้นก็จะมีขนรูปดาวขึ้นอยู่แน่นคละกันไปกับขนนุ่ม[2]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ใบเป็นรูปไข่กลับ
    – มีความกว้างประมาณ 1-4 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร
    – ปลายใบมน โคนใบเว้าตื้นเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบนั้นจะหยัก
    – บนผิวใบก็จะมีขนรูปดาวขึ้นอยู่แน่นทั้งสองด้าน และยังมีหูใบเป็นรูปเส้นด้าย[2]
  • ดอก มีสีเหลือง ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก
    – ดอกเมื่อบานแล้วจะมีความกว้างประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร และก็จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตร[2]
  • ผล เป็นผลแห้งแตกได้
    – มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-8 มิลลิเมตร
    – มีซีกผลประมาณ 10 ซีก
    – แต่ละซีกผลที่ปลายจะมีหนามแหลมอยู่ 2 อัน และมีขนแข็งชี้ลง
    – ในแต่ละซีกจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดนั้นค่อนข้างยาวและมีขนสั้น ๆ อยู่ที่ปลาย[2]

สรรพคุณ

  • ราก ช่วยแก้ไข้ (ราก)[2]
  • ราก ช่วยแก้โรคกระเพาะ (ราก)[2]
  • ราก ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[2]
  • ใบ สามารถนำมาตำพอกแผลโดนน้ำร้อนลวกและแผลเป็นหนอง (ใบ)[2]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา

  • ใบมีสารเอฟิดรีน (Ephedrine) ซึ่งมีฤทธิ์ในการขยายหลอดลม สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืดได้ และยังมีผลทำให้ม่านตาขยาย[4]
  • เมื่อนำสารสกัดมาทดสอบกับหนูถีบจักร ผลการทดลองพบว่าปริมาณที่ทำให้หนูทดลองตายครึ่งหนึ่งคือปริมาณ 2,639 มก./กก. และในขนาดที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางเมื่อฉีดสารสกัดเข้าช่องท้องขนาด 1,000 มก./กก. พบว่าจะมีอาการกดประสาท ทำให้มีการเดินน้อยลง ลดการตอบสนองต่อการสัมผัส ปวด และมีปัสสาวะน้อยลง[3]

สั่งซื้ออาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย เนสท์เล่ ออรัลอิมแพค คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. รายชื่อพรรณไม้ (ป่า) ในประเทศไทย เครือข่ายการวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้ (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. “Family : MALVACEAE“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.frcdb.forest.ku.ac.th/Forest/. [22 ธ.ค. 2013].
2. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “หญ้าขัดใบ“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: biodiversity.forest.go.th. [22 ธ.ค. 2013].
3. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. “ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางของ หญ้า ขัด ใบ ป้อม“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.medplant.mahidol.ac.th. [22 ธ.ค. 2013].
4. โครงการพัฒนาศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพืชสมุนไพร“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.tkc.go.th. [22 ธ.ค. 2013].

อ้างอิงรูปจาก
1.https://indiabiodiversity.org/

หญ้าขัดใบยาว สรรพคุณแก้อาการท้องผูก

0
หญ้าขัดใบยาว
หญ้าขัดใบยาว สรรพคุณแก้อาการท้องผูก ใบเป็นรูปใบหอก ดอกสีเหลือง ขยายพันธุ์เองในธรรมชาติ กิ่งและลำต้นนำไปตากแห้งแล้วเอามามัดรวมกันใช้ทำเป็นไม้กวาด
หญ้าขัดใบยาว
ใบเป็นรูปใบหอก ดอกสีเหลือง ขยายพันธุ์เองในธรรมชาติ กิ่งและลำต้นนำไปตากแห้งแล้วเอามามัดรวมกันใช้ทำเป็นไม้กวาด

หญ้าขัดใบยาว

หญ้าขัดใบยาว เป็นไม้ล้มลุก ใบ เดี่ยว เรียงสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการขยายพันธุ์เองในธรรมชาติ กิ่งและลำต้นนำไปตากแห้งแล้วเอามามัดรวมกันใช้ทำเป็นไม้กวาดได้ชื่อสามัญ Two-beaked, Snake’s tongue, Broom weed ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Sida acuta Burm.f. อยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE)[1],[2],[5] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น หญ้าขัดมอน, ยุงกวาด, หญ้าข้อ, หญ้าขัดตัวเมีย, ลำมะเท็ง, นาคุ้ยหมี่, อึ่งฮวยอิ๋ว, หนานช่าง[1],[2],[6]

ลักษณะหญ้าขัดใบยาว

  • ต้น เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรงแข็งแรง สูงประมาณ 0.3-1 เมตร เปลือกต้นจะมีใบที่เหนียวมาก ลำต้นจะแตกกิ่งก้านสาขามาก ที่ตามกิ่งจะมีขนนุ่มหรือค่อนข้างเกลี้ยง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีใช้เมล็ด สามารถพบเจอขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยตามข้างถนนหนทาง ที่ตามชายป่า พื้นที่รกร้าง มักขึ้นในที่ชุ่มชื้น ทนทานต่อน้ำท่วมขัง[1],[2],[4]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนห่าง ใบเป็นรูปใบหอก กว้างประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ที่ปลายใบจะแหลมหรือเรียวแหลม ที่โคนใบจะกลมหรือมน ที่ขอบใบจะเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ผิวใบจะมีขนเป็นรูปดาวประปรายหรืออาจเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน ก้านยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตร จะมีขนนุ่ม มีหูใบติดทนเป็นรูปเส้นด้ายมีความยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร[1],[2]
  • ดอก มีสีเหลือง ดอกออกแบบเดี่ยว ๆ หรือจะออกเป็นคู่บริเวณง่ามใบ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 4-12 มิลลิเมตร จะมีขนและมีข้อต่ออยู่กลางก้าน กลีบเลี้ยงโคนจะติดกันเป็นรูปถ้วยตื้น มีความยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร ที่ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก ปลายจะเป็นแฉกเรียวแหลม กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ ที่ปลายกลีบกลม ที่โคนกลีบจะสอบแคบ มีความยาวประมาณ 6-7 มิลลิเมตร และมีขน ถ้าดอกบานจะมีความกว้างประมาณ 8-10 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรตัวผู้ติดกันเป็นหลอด มีความยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร และมีขนแข็งอยู่ประปราย ก้านชูอับเรณูเรียวเล็ก อับเรณูมีสีเหลือง[1]
  • ผล แก่จะเป็นรูปทรงจานกลมแบนและมีรอยแยก ผลจะเป็นแบบแห้งแตก ผลค่อนข้างกลม ประกอบด้วยซีกประมาณ 4-9 ซีก โดยส่วนมากจะมีประมาณ 5-6 ซีก ยาวประมาณ 3.5 มิลลิเมตร แต่ละซีกที่ปลายจะมีหนามแหลมสั้นอยู่ 2 อัน ที่ผิวเป็นลาย[1],[2]

สรรพคุณของหญ้าขัดใบยาว

1. สามารถนำรากหรือทั้งต้นมาต้มกับน้ำอาบ จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยแก้พิษ (ราก, ทั้งต้น)[3]
2. สามารถแก้แผลบวม หกล้มกระดูกหัก มีเลือดออก เป็นพิษ (ทั้งต้น)[2],[4]
3. นำใบมาตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำใช้พอกหรือทาเป็นยาห้ามเลือด สามารถรักษาแผลถลอก แผลเรื้อรัง แผลสดได้ (ใบ)[3]
4. รากสามารถใช้เป็นยาสมานได้ (ราก)[1],[2] สามารถช่วยสมานเนื้อได้ (ทั้งต้น)[2]
5. รากสามารถใช้เข้ายาฆ่าเชื้อ ช่วยลดอาการอักเสบได้ (ราก)[1]
6. สามารถใช้รากมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้เป็นยาแก้อาการปัสสาวะไม่ออกได้ (ราก)[1]
7. ใช้ใบมาคั้นเอาแต่น้ำ ทานใช้เป็นยาขับพยาธิ (ใบ)[4]
8. สามารถช่วยแก้ลำไส้อักเสบได้ (ทั้งต้น)[2],[4] สามารถรักษาลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคเรื้อรังที่เกี่ยวกับท้อง (ราก)[1],[2]
9. สามารถช่วยแก้โรคกระเพาะอาหารได้ (ราก[1], ทั้งต้น[3])
10. สามารถใช้ทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มหรือเคี้ยวกิน ใช้เป็นยาแก้อาการปวดท้อง (ทั้งต้น)[3]
11. สามารถช่วยแก้อาเจียนได้ (ราก)[6]
12. สามารถช่วยแก้เสียงแหบ แก้อาการเจ็บคอ (ราก, ทั้งต้น[3])
13. สามารถช่วยแก้อาการหวัดได้ (ทั้งต้น)[2],[4]
14. สามารถใช้รากเป็นยาแก้อาการไข้ผิดปกติ แก้ไข้ หรือนำทั้งต้นมาต้มหรือนำมาแช่น้ำดื่ม สามารถแก้ไข้ก็ได้ (ราก, ทั้งต้น)[1],[2],[3]
15.ทั้งต้นจะมีรสเย็นและฉุนเล็กน้อย สามารถช่วยแก้พิษ ช่วยดับร้อนได้ (ทั้งต้น)[2]
16.นำลำต้นมาต้มในน้ำ เอาน้ำที่ได้มาอม สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ (ลำต้น)[1]
17. สามารถช่วยแก้โรคประสาทได้ (ราก)[1],[2]
18. สามารถช่วยบำรุงกำลังได้(ราก)[6]
19. สามารถใช้รากเป็นยาขมช่วยให้เจริญอาหารได้ (ราก)[2]
20. สามารถช่วยแก้บวม แก้อาการปวดได้ (ทั้งต้น)[2],[4]
21. นำใบมาตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ใช้ทาหรือพอกรักษาสิว ฝี ตุ่มหนอง (ใบ)[1],[5]
22. เอาใบมาอังไฟพอสุกแล้วทาด้วยน้ำมันงา ใช้แปะในบริเวณที่เป็นฝีหรือหนอง จะช่วยทำให้ฝีหัวแก่เร็วขึ้น ช่วยกลัดหนองเร็วมากขึ้น (ใบ)[1]
23. ใบใช้เป็นยาทำให้แท้งบุตร (ใบ)[1],[2]
24. รากสามารถช่วยแก้น้ำดีพิการ (ราก)[6]
25. สามารถช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะได้ (ราก)[1],[2],[5]
26. นำรากมาต้มกับน้ำดื่ม สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ (ราก)[5]
27. สามารถช่วยแก้บิดได้ (ทั้งต้น)[2],[4]
28. สามารถช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย อาหารเป็นพิษได้ ด้วยการใช้ทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มหรือนำมาเคี้ยวกิน (ทั้งต้น)[3]
29. สามารถช่วยรักษาเต้านมอักเสบได้ ด้วยการใช้ต้นแห้งผสมร่วมกับ โพกงเอ็ง มาต้มกับน้ำกิน สำหรับการใช้ภายนอกให้ใช้ต้นแห้งร่วมกับหัวผักกาดขาวสดและน้ำตาลแดง นำมาตำแล้วใช้พอก (ทั้งต้น)[2],[4]
30. สามารถช่วยขับเสมหะได้ (ราก)[6]
31. สามารถช่วยขับเหงื่อได้ (ราก)[1],[2]
32. สามารถช่วยแก้ไข้มาลาเรียได้ (ราก, ทั้งต้น)[3]
33. รากสามารถช่วยขับพิษร้อนภายในร่างกาย แก้พิษหลบใน ช่วยแก้อาการตัวร้อน ช่วยขับพิษไข้หัว (ราก)[6]
34. สามารถใช้ทั้งต้นมาต้มหรือแช่น้ำดื่ม ใช้เป็นยาแก้เบื่อ (ทั้งต้น)[1]
35. สามารถช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้ ด้วยการใช้รากมาแช่กับน้ำดื่มรวมกับหญ้าปากควาย เปลือกมะกอก ตะไคร้ ส่วนอีกวิธีให้ใช้รากผสมกับขิง ทานครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง จะช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้ (ราก)[1],[2]
36. สามารถช่วยบำรุงปอดได้ (ราก)[6]
37. สามารถช่วยบำรุงธาตุในร่างกายได้ (ราก)[2]

วิธีใช้ : การใช้เป็นยาภายใน ให้ใช้ทั้งต้นแห้ง (รวมราก) ประมาณ 15-30 กรัม มาต้มกับน้ำกิน (เป็นขนาดที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ ถ้านำไปใช้ควรดัดแปลงน้ำหนักของยาให้เหมาะสมกับอายุ สุขภาพ น้ำหนักตัวของผู้ใช้ด้วย) ถ้าใช้เป็นยาภายนอกให้ใช้ต้นสดมาตำแล้วพอก หรือจะนำต้นแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วใช้โรย[2]

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของหญ้าขัดใบยาว

1. น้ำสกัดจากต้นจะมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็กของกระต่ายให้บีบตัวเพิ่มมากขึ้น เมื่อฉีดสารสกัดเข้าหลอดเลือดดำ ถ้าฉีดเข้าช่องท้องของหนูเล็ก ภายใน 24 ชั่วโมงหนูจะยังไม่ตาย แต่ถ้าให้มากกว่านี้หนูเล็ก 5 ตัวที่ฉีดจะตาย 1 ตัว[2]
2. น้ำสกัดจากต้นจะมีฤทธิ์ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ลดการเต้นของหัวใจของกบที่แยกออกจากตัวและที่อยู่ในลำไส้[2]
3. หญ้าขัดใบยาวมีสาร Scopadulcic acid และสารในกลุ่ม Flavone เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง และสาร Scopadulin ก็ยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดเริมด้วย และยังพบว่ามีสาร Glutinol เป็นสารที่มีฤทธิ์แก้อาการปวดและช่วยลดการอักเสบ ส่วนสารสกัดแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการยับยั้งการบีบตัวของลำไส้ ต้านการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด[3]
4. น้ำสกัดจากต้นจะมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิตของกระต่ายที่ถูกทำให้สลบแล้วก่อนลดลง[2]

ประโยชน์ของหญ้าขัดใบยาว

1. ใช้เป็นส่วนผสมสำหรับทำผงขัดหน้าและผิวกาย ทำให้ผิวพรรณผุดผ่องดูมีน้ำมีนวล ด้วยการใช้หญ้าขัดมอญ 40 กรัม, ขมิ้นชัน 120 กรัม, ไพล 100 กรัม, เหงือกปลาหมอ 60 กรัม, ดินสอพอง 80 กรัม มาบดให้เป็นผงแล้วผสมให้เข้ากัน แล้วนำผงที่ได้ใส่น้ำลงไปด้วยไม่ให้เหลวหรือแห้งมากเกินไป แล้วนำมาใช้ขัดผิวหน้าเบา ๆ เสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก และให้ทาน้ำผึ้งหรือโลชั่นตามทันที หากนำมาขัดตัวก็ให้ทาผงขัดที่ผสมน้ำขัดให้ทั่วตัว ทิ้งไว้พอหมาดแล้วจึงขัดออก และอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น เสร็จแล้วก็เช็ดตัวให้แห้งแล้วทาผิวด้วยโลชั่นหรือน้ำมันงาทันที[7]
2. นำกิ่งกับลำต้นไปตากแห้งแล้วเอามามัดรวมกันใช้ทำเป็นไม้กวาด ในชนบทจะใช้ต้นขัดมอญที่โตเต็มที่แล้ว (สูงประมาณหนึ่งเมตรกว่า ๆ) มาตัดแล้วตากแห้ง ใบจะหลุดร่วงหมด ใช้ต้นประมาณ 2-3 ต้น มามัดรวมกัน ใช้เป็นไม้กวาดลานบ้านได้ดี และยังเหนียวทนและแข็งแรงด้วย[1],[2],[5]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์การมหาชน). “Broom weed“. อ้างอิงใน: หนังสือสมุนไพรไทยตอนที่ 7. (ก่องกานดา ชยามฤต, ลีนา ผู้พัฒนพงศ์). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th. [21 ธ.ค. 2013].
2. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 12 คอลัมน์: สมุนไพรน่ารู้. “หญ้าขัด“. (ภก.ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ). อ้างอิงใน: หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรจีน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.doctor.or.th. [21 ธ.ค. 2013].
3. CHM กรมวิชาการเกษตร. “หญ้าขัดใบยาว“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: chm.doa.go.th. [21 ธ.ค. 2013].
4.งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนวารินชำราบ. “หญ้าขัดใบยาว“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: ict2.warin.ac.th/botany/. [21 ธ.ค. 2013].
5. พันธุ์ไม้พื้นล่าง เครือข่ายกาญจนาภิเษก โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ . “หญ้าขัดใบยาว“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.kanchanapisek.or.th. [21 ธ.ค. 2013].
6. สวนพฤกษศาสตร์สายยาไทย. “ขัดมอญ“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.saiyathai.com. [21 ธ.ค. 2013].
7. มูลนิธิสุขภาพไทย. “ผงขัดหน้าและผิวกาย“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.thaihof.org. [22 ธ.ค. 2013].
8. รายชื่อพรรณไม้ (ป่า) ในประเทศไทย เครือข่ายการวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้ (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. “Family : MALVACEAE“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.frcdb.forest.ku.ac.th/Forest/. [22 ธ.ค. 2013].

ตองแตก สรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคโลหิตจาง

0
ตองแตก
ตองแตก สรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคโลหิตจาง เป็นไม้พุ่ม แตกแขนงจากรากหรือโคนต้นลำต้น ชาวไทใหญ่จะใช้ใบตากแห้งชงดื่มแก้อาการง่วง ดอกสีขาวเหลือง ผลเว้าหรือบุ๋มสีเขียว
ตองแตก
เป็นไม้พุ่ม แตกแขนงจากรากหรือโคนต้นลำต้น ชาวไทใหญ่จะใช้ใบตากแห้งชงดื่มแก้อาการง่วง ดอกสีขาวเหลือง ผลเว้าหรือบุ๋มสีเขียว

ตองแตก

ตองแตก เป็นไม้พุ่ม แตกแขนงจากรากหรือโคนต้นลำต้น ชาวไทใหญ่จะใช้ใบตากแห้ง นำมาชงเหมือนชาดื่มแก้อาการง่วง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Baliospermum solanifolium (Burm.) Suresh และมีชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ คือ Baliospermum axillare Blume, Baliospermum montanum (Willd.) Müll.Arg.) โดยจัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1],[2],[3] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า นองป้อม ลองปอม, ตองแต่, ทนดี, เปล้าตองแตก, ถ่อนดี, โทะโคละ พอบอเจ๊าะ, ยาบูเวอ หญ้าโวเบ่อ เป็นต้น[1]

ลักษณะตองแตก

  • ต้น เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงได้ประมาณ 1-2 เมตร เป็นพรรณไม้ที่มีอายุอยู่ได้นานและทนทาน
    – ลำต้นเป็นสีเขียวมีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร
    – เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล ยอดอ่อนมีขนสีขาว
    – สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
    – มีการกระจายพันธุ์ในอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา ลงมาจนถึงพม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดจีน คาบสมุทร-มาเลเซีย เกาะบอเนียว สุมาตรา ชวา มาลูกู สุราเวศรี เลสเซอร์ เกาะซันดร้า
    – ในประเทศไทยนั้นจะพบได้ทั่วไปตามป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ และตามที่รกร้าง จนถึงระดับความสูง 700 เมตร[1],[2],[3],[6],[7]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน และใบมีขนาดและรูปร่างต่างกัน
    – ใบที่อยู่ส่วนยอด เป็นรูปรีหรือรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร
    – ใบที่อยู่โคนต้น ขอบใบจะหยักเว้าเป็น 3-5 แฉก จะเป็นรูปไข่แกมขอบขนานหรือเกือบกลม ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ตามขอบใบจักเป็นซี่ฟันห่างกันไม่สม่ำเสมอ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร
    – เนื้อใบบาง เส้นใบด้านล่างเห็นชัดกว่าด้านบน ก้านใบมีลักษณะเรียวยาว มีความยาวประมาณ 2-6 เซนติเมตร ยอดอ่อนมีขน-[1],[3]
  • ดอก มีขนาดเล็ก เป็นสีขาวเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน
    – ช่อดอกมีลักษณะเล็กเรียว ยาวประมาณ 3.5-12 เซนติเมตร
    – ดอกเพศผู้ จะอยู่ตอนบนของช่อและมีจำนวนมาก มีรูปร่างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร มีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ฐานดอกมีต่อมประมาณ 4-6 ต่อม มีเกสรเพศผู้ประมาณ 15-20 อัน อับเรณูคล้ายกับรูปถั่ว ก้านดอกย่อยมีลักษณะเล็กเรียวคล้ายเส้นด้าย มีความยาวประมาณ 3-5 มิลลิเมตร
    – ดอกเพศเมีย จะอยู่โคนช่อของดอก มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปไข่ปลายแหลม ขอบจัก ฐานดอกเป็นรูปถ้วยสั้น ๆ รังไข่มี 3 พู ก้านเกสรเพศเมียจะแยกออกเป็น 2 แฉก[1],[2],[3]
  • ผล มีลักษณะเป็นพู 3 พู
    – มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ 2 อัน
    – ปลายผลเว้าหรือบุ๋ม
    – โคนผลกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วผล โคนของผลจะมีสีเข้มกว่าตอนปลาย
    – ผลเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะแตกออกตามยาวที่กลางพู
    – แต่ละพูจะมีเมล็ด 1 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปขอบขนาน[1],[2],[3]

สรรพคุณ

  • ราก ใช้ฝนทาแก้อาการฟกช้ำ (ราก)[6]
  • ราก ใช้เป็นยารักษาโรคโลหิตจาง (ราก)[5]
  • ราก ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[5]
  • ราก ใช้เป็นยาแก้อาการบวมน้ำ แก้ดีซ่าน แก้ม้ามอักเสบ (ราก)[2],[3],[5]
  • ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับลม แก้อาการจุกเสียด แก้ท้องเสีย (ราก)[5],[6],[7]
  • ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มหรือฝนน้ำกินเป็นยาถ่ายลมเป็นพิษ (อาการผื่นคันหรือตุ่มหนองที่ผิวหนัง) [1],[2],[3],[4]
  • ราก มีรสขมเล็กน้อย ใช้ต้มกับน้ำดื่มหรือฝนน้ำกินเป็นยาถ่ายเสมหะเป็นพิษ (เสมหะเขียวเป็นก้อนหรือบิด) แก้เสมหะ ขับเสมหะ (ราก)[1],[2],[3],[5],[7]
  • ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาถ่ายหรือยาระบายชนิดที่ไม่รุนแรงมากนัก เหมาะสำหรับคนไข้โรคริดสีดวงทวารที่ใช้ยาดำเป็นยาถ่ายไม่ได้ และเป็นยาถ่ายพิษพรรดึก (ราก)[1],[2],[3],[4],[5],[7]
  • ใบ ใช้ตำพอกแผล ห้ามเลือด (ใบ)[6]
  • ใบ นำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ร้อนใน (ใบ)[6]
  • ใบ นำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาช่วยขับเหงื่อ (ใบ)[5]
  • ใบ ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคกระเพาะ (ใบ)[8]
  • ใบ นำมาต้มกับน้ำหรือแช่กับน้ำกินเป็นยาแก้โรคหืดหอบ (ใบ)[2],[4],[5],[6]
  • น้ำยางจากยอดอ่อน ใช้ใส่รักษาแผลทั้งสดและเรื้อรัง แผลโรคปากนกกระจอก (ใบ)[8]
  • ชาวไทใหญ่นั้นจะใช้ใบตากแห้ง นำมาชงเหมือนชาดื่มแก้อาการง่วง (ใบ)[5]
  • ใบแห้ง นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาถ่ายก็ได้ (ใบแห้ง)[1],[3],[4],[5]
  • น้ำมันจากเมล็ด ใช้เป็นยาทาแก้อาการปวดตามข้อ (เมล็ด)[2],[5]
  • เมล็ด ใช้เป็นยาถ่ายอย่างแรง และภายในเมล็ดจะมีน้ำมันที่เป็นพิษมาก ซึ่งเป็นยารุยาถ่ายอย่างแรงถึงกับถ่ายเป็นน้ำ จึงไม่นิยมใช้กัน (เมล็ด)[1],[2],[3],[4],[5]
  • เมล็ด ใช้ภายนอกนำมาตำหรือบดทาบริเวณที่ปวดเมื่อย ทำให้ร้อนและเลือดไหลเวียน ช่วยกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่ทา (เมล็ด)[2],[6]
  • ต้น ใช้เป็นยาบำรุงน้ำดี (ต้น)[7]
  • ทั้งต้น นำมาต้มกับน้ำอาบ สำหรับผู้หญิงหลังคลอด ช่วงอยู่ไฟ (ทั้งต้น)[5]
  • ใบและเมล็ด ใช้เป็นยาแก้ฟกบวม (ใบ, เมล็ด)[3]
  • ใบและเมล็ด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (ใบ, เมล็ด)[3]
  • ราก มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ ใบ มีสรรพคุณเป็นยาถอนพิษไข้ เมล็ด มีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพิษไข้ (ราก, ใบ, เมล็ด)[7]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา

รากมีอนุพันธ์ของ phorbol ester เช่น baliospermin และ montanin เป็นสารที่ทำให้ถ่ายและมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ในหลอดทดลอง แต่ควรมีการศึกษาวิจัยต่อไป[4]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1. (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์). “ตอง แตก (Tong Taek)”. หน้า 117.
2. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม). “ตอง แตก”. หน้า 298-299.
3. สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. “ตอง แตก”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.rspg.or.th/plants_data/herbs/. [22 ธ.ค. 2014].
4. อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. “ตอง แตก”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/. [22 ธ.ค. 2014].
5. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน). “ตอง แตก, เปล้าตอง แตก”. อ้างอิงใน : หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์)., หนังสือพืชสมุนไพรในสวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน ฉบับสมบูรณ์ (พงษ์ศักดิ์ พลเสนา)., หนังสือสมุนไพรไทยตอนที่ 7 (ก่องกานดา ชยามฤต, ลีนา ผู้พัฒนพงศ์). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : eherb.hrdi.or.th. [22 ธ.ค. 2014].
6. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “ตอง แตก”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : biodiversity.forest.go.th. [22 ธ.ค. 2014].
7. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “ตอง แตก”. อ้างอิงใน : หนังสือพรรณไม้เมืองไทย พืชสมุนไพร 1. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.qsbg.org. [22 ธ.ค. 2014].
8. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน). “ตอง แตก”. อ้างอิงใน : หนังสือพืชอาหารและสมุนไพรท้องถิ่นบนพื้นที่สูง (อัปสร และคณะ). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : eherb.hrdi.or.th. [22 ธ.ค. 2014].

อ้างอิงรูปจาก
1. https://commons.wikimedia.org/
2. https://www.flickr.com/

สรรพคุณของต้นตานฟัก

0
ต้นตานฟัก
สรรพคุณของต้นตานฟัก เป็นพรรณไม้ล้มลุก ขึ้นบริเวณทุ่งหญ้าเปิดในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ ดอกเป็นช่อสีเหลือง ผลเป็นฝักยาว
ต้นตานฟัก
พรรณไม้ล้มลุก ขึ้นบริเวณทุ่งหญ้าเปิดในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ ดอกเป็นช่อสีเหลือง ผลเป็นฝักยาว

ต้นตานฟัก

ต้นตานฟัก เป็นพรรณไม้ล้มลุก ขึ้นบริเวณทุ่งหญ้าเปิดในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Crotalaria ferruginea Benth. อยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[2] ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น พวนดอย, หมากขิ่งหนู[2]

ลักษณะตานฟัก

  • ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ 20-100 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านจะมีขนขึ้นปกคลุมหนาแน่น มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดีย ศรีลังกา จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวกินี ในประเทศไทยสามารถพบได้เกือบทุกภาค มักขึ้นที่บริเวณทุ่งหญ้าที่เปิดโล่งในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ หรือที่ตามพื้นที่ชุ่มชื้นริมทาง ที่มีระดับความสูงประมาณ 350-1,800 เมตร[1],[2],[3]
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ใบจะออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน รูปใบหอกแคบ รูปวงรีแกมขอบขนาน รูปใบหอก รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ใบกว้างประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร ผิวใบจะมีขนทั้งสองด้าน ที่ผิวใบด้านล่างเป็นสีขาวนวล มีหูใบติดคงทน[1],[2],[3]
  • ดอก ออกดอกเป็นช่อที่ตามซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง มีความยาวประมาณ 3-15 เซนติเมตร จะมีดอกย่อยประมาณ 2-8 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลือง เป็นรูปดอกถั่ว ดอกมีกลีบรองดอก ปลายแยกเป็น 2 ปากเว้าลึก จะมีขนสีออกแดงขึ้นอย่างหนาแน่น กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบบนจะแผ่เป็นรูปรี กลีบด้านข้างจะเป็นรูปขอบขนาน กลีบด้านล่างจะเชื่อมเป็นรูปท้องเรือ ที่ปลายกลีบเป็นจะงอย ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน รังไข่มีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ผิวเกลี้ยง จะออกดอกช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม[1],[2],[3]
  • ผล เป็นฝักยาว ฝักเป็นรูปขอบขนาน ฝักกว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร มีเมล็ดภายในฟักประมาณ 20-30 เมล็ด เมล็ดเป็นรูปหัวใจเบี้ยวขนาดเล็ก[1],[2],[3]

สรรพคุณของต้นตานฟัก

  • ในตำรายาพื้นบ้านล้านนาใช้ตานฟักทั้งต้นมาต้มกับน้ำ ใช้อาบเป็นยาแก้ฟกบวม (ทั้งต้น)[1],[3]

สั่งซื้อเนสท์เล่ ออรัลอิมแพค อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย คลิ๊ก @amprohealth

เอกสารอ้างอิง
1.หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา. (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล). “ตานฟัก”. หน้า 83.
2.ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “ตานฟัก”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : biodiversity.forest.go.th. [19 ธ.ค. 2014].
3.หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 7. “ตานฟัก”.

อ้างอิงรูปจาก
1.https://www.flickr.com/